name brand cialis
generic soft tab cialis
viagra testosterone mail order
buy taladafil viagra
cialis discount coupons
mexiko viagra
generic cialis soft
find cheap cialis online
cialis generic pharmacy
order cialis soft tabs
cialis 20mg
viagra without prescription
Web Design & Hosting Support  by THAIIS Chiang Mai
2011004

ความรู้และปฏิบัติการของสมเกียรติ ตั้งนโม

Filed under : Hall of Fame > INTEGRATED SCIENCE

“ลักษณะสำคัญของสมเกียรติประการหนึ่งก็คือ การให้ความสนใจกับความรู้ในแบบข้ามสาขาหรือไร้พรมแดน อันหมายถึงว่ามิได้เป็นบุคคลที่จำกัดการศึกษาค้นคว้าไว้เฉพาะเพียงความรู้ในด้านใดด้านหนึ่งเป็นการเฉพาะ”

ความรู้และปฏิบัติการของสมเกียรติ ตั้งนโม

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

ผมพบกับสมเกียรติ ตั้งนโม เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๑ จะในงานครั้งไหนก็จำไม่ได้ แต่เดาว่าน่าจะเป็นผลมาจากกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนในระยะเริ่มต้น รวมถึงอีกหลายคนที่เริ่มรู้จักกันในห้วงเวลาดังกล่าว และภายในระยะเวลาไม่นานก็รู้จักมักคุ้นกันอย่างรวดเร็วแม้ว่าในด้านสาขาวิชาความรู้จะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างคนที่ร่ำเรียนมาทางด้านศิลปะอย่างสมเกียรติกับคนที่เรียนมาทางด้านกฎหมายอย่างผม

แต่เข้าใจว่าความสนใจในหลายด้านจะอยู่ในทิศทางที่ใกล้เคียงกัน จึงทำให้เราสามารถคุยกัน “รู้เรื่อง” ดังเมื่อได้เล่าให้ถึงงานที่กำลังทำอยู่ในขณะนั้น เรื่อง Civil Disobedience สมเกียรติได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และรวมถึงอีกหลายเรื่องที่ได้ทำต่อมาในหลายหลัง แต่ข้อสังเกตที่น่าใจมาจากพี่บ๊วย (อรณิชา ตั้งนโม ภรรยาสมเกียรติ) เคยบอกว่าระหว่างผมกับสมเกียรติ สิ่งที่คล้ายคลึงกันคือนิสัยใจคอ (โดยเฉพาะความใจร้อนและปากร้าย) ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขสำคัญไปไม่น้อยกว่าแง่มุมในทางวิชาการเพียงอย่างเดียว ที่ทำให้เราทั้งเดินทางร่วมกันในทางความรู้โดยเฉพาะในช่วงบั้นปลายชีวิตของสมเกียรติ

ความรู้

ลักษณะสำคัญของสมเกียรติประการหนึ่งก็คือ การให้ความสนใจกับความรู้ในแบบข้ามสาขาหรือไร้พรมแดน อันหมายถึงว่ามิได้เป็นบุคคลที่จำกัดการศึกษาค้นคว้าไว้เฉพาะเพียงความรู้ในด้านใดด้านหนึ่งเป็นการเฉพาะ (ซึ่งเป็นจารีตของการแสวงหาความรู้ในโลกที่มีการแบ่งแนวทางการศึกษาออกเป็นศาสตร์เฉพาะด้านที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญแบบลงลึก) จึงทำให้สมเกียรติไม่เพียงมีความรู้ในทางด้านศิลปะ ปรัชญาและศาสนา อันเป็นสาขาวิชาที่ได้เล่าเรียนมาให้ชีวิตของตนเองเท่านั้น หากแต่ยังมีความรู้อย่างกว้างขวางครอบคลุมออกไปในด้านต่างๆ ทั้งทางสังคมการเมือง ปรัชญา จริยศาสตร์ ประวัติศาสตร์ กฎหมาย วรรณกรรม เป็นต้น พิจารณาได้จากงานเขียนและการบรรยายที่ทั้งเป็นงานวิชาชีพโดยตรงหรืออาจมิได้เกี่ยวข้องกับภาระทางด้านวิชาชีพแต่อย่างใด หรือเมื่อได้อ่านงานเขียนที่ปรากฏออกมาเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งเผยแพร่งานสำคัญของสมเกียรติคือเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน (www.midnightuniv.org) จะพบบทความที่มีเนื้อหาหลากหลายนับตั้งแต่งานทางด้านศิลปะ ประวัติศาสตร์ทางสุนทรียศาสตร์ แนวความคิดแบบหลังสมัยใหม่ในแง่มุมต่างๆ ความรู้ของคนชายขอบ หรือแม้กระทั่งความรู้ในทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม หากสรุปฐานความคิดที่สำคัญของสมเกียรติ จะสามารถมองเห็นแนวความคิดที่ประกอบเป็นพื้นฐานความคิดได้ในประเด็นดังนี้

ประการแรก การมองศิลปะในสายตาแบบสังคมศาสตร์

แม้ว่าโดย “ชาติกำเนิดในทางวิชาการ“ ของสมเกียรติจะเป็นความรู้ทางด้านศิลปะจากมหาวิทยาลัยศิลปากร แต่มุมมองในการพิจารณางานศิลปะของเขามีท่าทีที่แตกต่างไปจากการให้คุณค่าหรือการให้ความหมายของผู้คนในแวดวงศิลปะที่มักเน้นหรือให้ความสำคัญกับความสามารถของปัจเจกบุคคลผู้สร้างสรรค์งานต่างๆ เหล่านั้น โดยสมเกียรติจะมุ่งพิจารณางานศิลปะในมุมมองที่สัมพันธ์กับความหมายทางสังคม ทั้งในด้านของเป้าหมายการสร้างสรรค์หรือการพยายาม “อ่าน” ความหมายที่แฝงอยู่ในงานนั้น

ท่าทีความเข้าใจเช่นนี้นับเป็นความแตกต่างและมีความหมายอย่างสำคัญต่อแวดวงศิลปะ เมื่อต้องการอธิบายถึงเป้าหมายรวมถึงความพยายามในการอ่านความหมายในงานศิลปะ ก็ย่อมทำให้บุคคลนั้นต้องมีฐานความรู้ในทางศิลปะที่ลึกซึ้งเฉพาะอย่างยิ่งในแง่มุมทางสังคมศาสตร์ การทำความเข้าใจเช่นนี้งานศิลปะจึงไม่ได้มีความสำคัญอยู่ที่ความเชี่ยวชาญในการสะบัดพู่กันลงบนผืนผ้าใบเท่านั้น หากยังต้องรู้จักความเคลื่อนไหวทางด้านความคิดและปรัชญาที่ดำรงอยู่ในห้วงเวลานั้นประกอบด้วยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งงานของสมเกียรติคือพยายามสร้างความรู้ในแวดวงศิลปะให้เกิดขึ้น ในแง่หนึ่งดูจะเป็นการแสวงคำตอบต่อความอึดอัดคับข้องใจส่วนตัวที่คนใกล้ชิดมักได้ยินบ่อยครั้งว่า “ศิลปินในสังคมไทยคือช่าง” ที่มีแต่ทักษะในการสร้างงานแต่ปราศจากความรู้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลัง สมเกียรติได้ให้ความสำคัญกับแนวคิด/ทฤษฎี ในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางด้านศิลปะ ดังจะเห็นได้จากการแปลงานวิจารณ์ทางด้านศิลปะแนวใหม่ในโลกทางวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดยุคหลังสมัยใหม่ การวิจารณ์แนวคิดในยุคหลังอาณานิคม นับเป็นการสร้างมุมมองใหม่ที่มีความสำคัญต่อแวดวงวิชาการความรู้ด้านศิลปะเป็นอย่างมาก แต่จะได้รับการให้ความสำคัญมากน้อยอย่างใดเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา

ประการที่สอง ความยึดมั่นในเสรีนิยมทางความรู้

การแลกเปลี่ยนความรู้และการต่อต้านสภาวะอำนาจนิยมนับเป็นประเด็นสำคัญในการดำรงวิถีชีวิตเพื่อการแสวงหาความรู้ การดำเนินการเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน ถกเถียง วิวาทะ คือสิ่งที่สมเกียรติดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

ก่อนการขยายตัวของสื่อทางอินเตอร์เน็ท สมเกียรติร่วมจัดงานบรรยายเพื่อให้เกิดการถกเถียงและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสาขาต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน ในโครงการสนทนาปัญหาศิลปะ ปรัชญา วิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการขยายตัวของสื่ออินเตอร์เน็ท ความสนใจในการเผยแพร่ความรู้และการถกเถียงก็ได้นำให้เขามาสร้างพื้นที่บนโลกไซเบอร์ เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกลายเป็นเผยแพร่ความรู้ที่สำคัญ ทั้งนี้ภายใต้หลักการสำคัญประการหนึ่งก็คืองานที่เผยแพร่ในพื้นที่นี้จะอยู่ภายใต้ระบบลิขซ้ายหรือ copyleft (ในการแปลของสมเกียรติ) อันหมายถึงระบบที่เปิดโอกาสให้สามารถนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์แก่ผู้เป็นเจ้าของงาน

การคุกคามต่อการแสดงความเห็นด้วยอำนาจที่ไร้เหตุผลนับเป็นสิ่งที่ต้องถูกต่อต้านอย่างจริงจัง เมื่อมีการปิดเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเกิดขึ้นครั้งหนึ่งด้วยอำนาจรัฐ เขาเลือกที่จะต่อสู้เพื่อให้มีการเปิดเว็บไซต์แห่งนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่าการหลบไปเปิดเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนด้วยชื่ออื่นอาจกระทำได้ แต่เขาเลือกที่จะใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับอำนาจรัฐซึ่งไร้เหตุผล

ประการที่สาม ความรู้เชิงวิพากษ์

สมเกียรติคือคนที่หลงใหลในการแสวงหาความรู้เป็นอย่างยิ่ง บุคคลที่ใกล้ชิดทราบกันดีว่าเขาทำงานแปลอย่างต่อเนื่องทุกวันเพื่อนำความรู้จากโลกตะวันตกเข้าสู่แวดวงวิชาการของสังคมไทย แต่ความรู้ที่สมเกียรติให้ความสนใจก็มีความแตกต่างไปจากที่คนจำนวนมากให้ความสนใจ โดยมักจะเป็นความรู้ในแบบที่ท้าทายกับความรู้กระแสหลักในโลกวิชาการหรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นความรู้เชิงวิพากษ์

จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าแนวความคิดใหม่ๆ โดยเฉพาะแนวความคิดสกุลหลัง (Post) ทั้งหลายจะเป็นสิ่งที่ถูกอ่าน ความรู้ในลักษณะเช่นนี้มักเป็นความรู้ที่วิพากษ์ความรู้กระแสหลักในทางวิชาการรวมถึงความรู้ที่ครอบงำสังคมไทย นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่สมเกียรติใช้ในการวิเคราะห์และอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ

การติดตามความรู้ในโลกของตะวันตกอย่างใกล้ชิดทำให้สมเกียรตินับเป็นตัวอย่างหนึ่งของบรรดานักวิชาการที่ไม่ได้ไปชุบตัวด้วยปริญญาโทหรือปริญญาเอกในต่างประเทศ แต่สามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจกับโลกวิชาการของตะวันตกได้อย่างไม่แตกต่างกับนักวิชาการอีกหลายคนที่ผ่านการร่ำเรียนเป็นระยะเวลานานจากตะวันตก

ปฏิบัติการทางสังคม

นอกจากการให้ความสนใจต่อความรู้แล้ว ในอีกด้านหนึ่งสมเกียรติยังเห็นว่าการใช้ความรู้เพื่อปฏิบัติการทางสังคมก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน การสื่อสารในวิธีการอันหลากหลายสื่อสาธารณะเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ความรู้เพื่อสร้างพื้นที่ให้กับความเห็นที่แตกต่าง ให้กับมุมมองของคนตัวเล็กๆ ที่ถูกละเลย

ช่องทางแรก เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

ผู้คนจำนวนมากรู้จักเขาผ่านทางสื่อสมัยใหม่ในฐานะของบรรณาธิการ (เพียงคนเดียวอย่างแท้จริง) ของเว็บไซต์ เขาได้เป็นผู้สร้างและทำให้เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนถือกำเนิดและดำรงชีวิตอยู่อย่างมีชีวิตชีวา แทบไม่น่าเชื่อว่าผลงานทั้งหมดนี้มาจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองของสมเกียรติโดยไม่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีด้านสื่อสมัยใหม่ในระยะเริ่มต้น เขาได้ขอให้ผู้ที่มีความรู้ช่วยถ่ายทอดเทคนิควิธีการในการสร้างเว็บไซต์และการหาข้อมูลต่างๆ มาประกอบจนทำให้สามารถเกิดเป็นเว็บไซต์ที่รับรู้อย่างแพร่หลายในช่วงเวลาต่อมา

ด้วยพื้นฐานความรู้ด้านศิลปะจึงทำให้สมเกียรติสามารถทำงานออกแบบเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้อย่างสนุกสนาน ทั้งในแง่การจัดองค์ประกอบ สีสัน ภาพ ลักษณะของโครงสร้างการออกแบบดังกล่าวกลายเป็นลักษณะเฉพาะตัวของเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน หรือหากกล่าวให้จำเพาะมากขึ้นก็คือเป็นลักษณะเฉพาะตัวของสมเกียรติ ดังเมื่อรับตำแหน่งคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ วารสาร Fine Art ในยุคสมัยของเขาก็ได้สะท้อนลักษณะการจัดองค์ประกอบศิลป์จากเดิมที่อยู่ในเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนออกมาปรากฏเป็นรูปเล่ม อาจกล่าวได้ว่ารูปแบบนี้คือศิลปะในรูปแบบของสมเกียรติที่ไม่เหมือนใคร

ในด้านเนื้อหาของเว็บไซต์ นับเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ที่สมเกียรติให้ความสนใจ รวมทั้งบุคคลที่มีความสนใจในทิศทางความรู้ที่สอดคล้องกัน เขาสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ่านงานจำนวนมากที่ส่งเข้ามาเพื่อให้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ในฐานะบรรณาธิการมีงานจำนวนมากที่ถูกทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่เกรงใจผู้เขียน เขาเปรยหลายครั้งว่าจำเป็นต้องรักษาคุณภาพของเว็บไซต์ให้มีมาตรฐานในระดับหนึ่งเพื่อไม่ให้กลายเป็นเว็บไซต์ขยะที่ใครจะเอางานมาทิ้งได้ตามใจชอบ

อีกทั้งเมื่อพบงานวิชาการที่น่าสนใจจากหลายคน สมเกียรติมักจะขอให้ส่งงานดังกล่าวมาเผยแพร่ในเว็บไซต์ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากนักวิชาการรุ่นใหญ่หรือผู้ที่ไม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงคำนำหน้าที่แสดงถึงความใหญ่โตในทางวิชาการหรือต้องมีตำแหน่งหน้าที่ในสถาบันการศึกษาเพียงอย่างเดียว หากแต่มุ่งเน้นที่เนื้อหาและคุณภาพของงานเป็นหลัก งานที่ถูกตีพิมพ์ในเว็บไซต์ทุกชิ้นจึงผ่านการประเมินว่ามีคุณภาพสำหรับการเผยแพร่ต่อสาธารณะ

ด้วยความเข้มงวดในการอ่านและประเมินคุณค่าของงาน ทำให้บทความในเว็บไซต์นี้ถูกนำไปอ้างอิงอย่างกว้างขวาง หรือในอีกนัยหนึ่งได้กลายเป็นแหล่ง Copy และ Paste บ่อยครั้งทั้งนักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่สำคัญ

ช่องทางที่สอง มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

เขามีบทบาทอย่างสำคัญในการร่วมสร้างมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมาตั้งแต่เริ่มต้นร่วมกับอีกหลายๆ คน (แม้ว่าบางคนอาจไม่ได้อยู่ร่วมกันต่อไปในช่วงบั้นปลายของสมเกียรติ) อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นผู้ให้ความสำคัญกับมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนในระดับที่สูงมาก คงไม่เป็นการเกินเลยไปนักถ้าจะบอกว่ามหาวิทยาลัยเที่ยงคืนคือชุมชนที่สมเกียรติได้อาศัยและมีชีวิตอยู่ในช่วงสิบปีสุดท้ายของชีวิต

ในฐานะสมาชิกคนสำคัญของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เขาเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนในการผลักดันในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ยืนยันและต่อสู้ในหลักการของเสรีประชาธิปไตย อันเป็นหลักการที่เขายืนยันอยู่อย่างมั่นคง การไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร การรณรงค์ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ การเผาร่างกฎหมายความมั่นคงที่ให้อำนาจรัฐอย่างกว้างขวาง และในอีกหลายอย่างเพื่อต่อต้านการใช้อำนาจแบบฉ้อฉล

รวมถึงการเสนอให้ยกเลิกกฎหมาย “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” มาตรา ๑๑๒ ของประมวลกฎหมายอาญา[1] เนื่องจากเห็นว่าเป็นกฎหมายที่คุกคามต่อการแสดงความเห็นของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งได้กลายมาเป็นข้อกล่าวหาที่มีต่อสมเกียรติในคราวรับตำแหน่งคณบดีวิจิตรศิลป์ว่าเป็นผู้เสนอให้ยกเลิกสถาบันกษัตริย์ อันเนื่องจากการที่เขาได้ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกที่ใจ อึ๊งภากรณ์ เป็นผู้ริเริ่มให้ยกเลิกกฎหมายมาตรานี้ สมเกียรติได้ยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารของคณะวิจิตรศิลป์ด้วยข้อกล่าวหาดังกล่าว ดังจะเห็นได้ว่าเขาได้ต่อสู้และให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมากับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อทรรศนะทางการเมืองของตน

นอกจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองในฐานะของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนแล้ว บทบาทสำคัญอีกประการหนึ่งที่เขาสนับสนุนและร่วมถึงการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันคือการเข้าไปสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนในการเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐ โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการเสริมสร้างอำนาจของกลุ่มคนตัวเล็กๆ ในสังคม

บทบาทในลักษณะเช่นนี้จึงทำให้สมเกียรติออกไปเชื่อมโยงกับผู้คนอย่างกว้างขวางในสังคมไทย นับตั้งแต่ชาวบ้านปากมูลที่จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่บ่อนอก-บ้านกรูด ประจวบคีรีขันธ์ สหภาพแรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน กลุ่มเกษตรกรที่ทำการปฏิรูปที่ดินด้วยตนเองที่ลำพูน พวกเราในมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้ใช้เวลาร่วมกันจำนวนไม่น้อยบนรถตู้ในการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ และสมเกียรติเป็นคนหนึ่งที่จะต้องนั่งอยู่บนรถด้วยแม้ว่าเขาจะไม่ชมชอบการนั่งรถตู้ในเส้นทางที่กินเวลานาน

อย่างไรก็ตาม สมเกียรติก็ตระหนักดีว่ามหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมีส่วนต่อการสนับสนุนให้กลุ่มองค์กรชาวบ้านหรือคนตัวเล็กๆ ได้มีอำนาจเพิ่มมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ แต่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนที่จะสามารถดำเนินการเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง ต้องให้ชาวบ้าน แรงงาน กลุ่มชาติพันธุ์หรืออื่นๆ ลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเอง โดยเขาอาจเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าร่วมผลักดันเพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จในการเรียกร้อง สมเกียรติจึงไม่นิยมการเป็นปัญญาชนผู้ชี้นำ หากสมัครใจยืนอยู่ข้างหลังและให้ความสนับสนุนในบางด้านเท่าที่สามารถจะกระทำได้

ช่องทางที่สาม คณะวิจิตรศิลป์

ในห้วงระยะ ๒ ปีสุดท้าย สมเกียรติรับตำแหน่งคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ (เป็นตำแหน่งที่ผมคาดเดาว่าคนอย่างเขาไม่น่าจะสามารถอยู่ได้นานเกินกว่า ๓ เดือน) เป็นที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างมากที่สมเกียรติสามารถทำงานมาได้ตราบจนช่วงสุดท้ายของชีวิตรวมระยะเวลาทั้งหมดเป็นเวลา ๒ ปี ลำพังเพียงการอยู่ในตำแหน่งบริหารอย่างยาวนานคงไม่ใช่เหตุที่จะชื่นชมแต่อย่างใด เขาได้นำความเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญให้เกิดขึ้นกับหน่วยงานแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมภายนอกได้อย่างมีชีวิตชีวา การแสดงงานทางศิลปะของศิลปินในทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ผ่านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหรือได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดต่างๆ หากรวมถึงสล่าหรือช่างฝีมือท้องถิ่น

รวมถึงความพยายามในการปรับเปลี่ยนองค์กรให้มีความก้าวหน้าในทางวิชาการเพิ่มมากขึ้น ดังการแสวงหาความร่วมมือในทางวิชาการที่เกิดขึ้นอย่างหลากหลาย น่าเสียดายที่ระยะเวลาของเขาในการดำรงตำแหน่งบริหารมีน้อยเกินไป จึงทำให้คณะวิจิตรศิลป์เสียโอกาสอย่างสำคัญในการผลักดันให้คณะสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าในทิศทางที่ท้าทายต่อความคิดกระแสหลักในทางศิลปะของสังคมไทย

ในฐานะสามัญชนคนหนึ่ง

ในฐานะของคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง สมเกียรติได้แสดงให้เห็นความลุ่มหลงในการแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง เขาทำงานแปลวันละ ๖ หน้าในห้วงเวลาก่อนหน้ารับตำแหน่งคณบดีวิจิตรศิลป์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นงานหลักที่เขาได้ทำนอกจากการสอนหนังสือในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย การทำงานทางวิชาการจึงมิใช่เป็นเพียงการประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงตัวเพียงอย่างเดียว

ความเปลี่ยนแปลงประการหนึ่งในท่ามกลางการแสวงหาความรู้และการมีปฏิบัติการทางสังคมของสมเกียรติคือ การเปลี่ยนแปลงชีวิตจากปัจเจกบุคคลมาสู่คนที่มองเห็นความสำคัญของการมีกลุ่มหรือชุมชนโอบอุ้มอยู่รอบข้าง รูปแบบการใช้ชีวิตของเขาในอดีตอาจเป็นเสรีชนที่ไม่ขึ้นต่อกลุ่มหากขึ้นอยู่ตนเองเป็นอย่างมาก แต่ในบั้นปลายผมเข้าใจว่าสมเกียรติได้ตระหนักถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ที่อยู่รอบข้างว่ามีความสำคัญมากน้อยเพียงใด มีหลายคนที่สมเกียรติเอ่ยปากให้ฟังว่าเป็นคนดีอย่างที่ไม่อาจหาได้ง่ายนักในสังคมปัจจุบัน ครั้งหนึ่งเมื่อ ๒ ปีก่อน เขาได้ชักชวนไปซื้อของขวัญปีใหม่ให้กับเพื่อนคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นกิจกรรมที่แทบจะไม่ค่อยได้ยินบ่อยครั้งนัก

ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นผลมาจากการถกเถียงแลกเปลี่ยนกับอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่ง ซึ่งมีส่วนอย่างสำคัญต่อการทำให้ตระหนักถึงกลุ่มที่มีต่อปัจเจกบุคคล เขายอมรับว่านับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญทางความคิดประการหนึ่ง อันเป็นปัจจัยที่ทำให้เขามีบทบาทอย่างเข้มแข็งในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนคนที่ ๓

แม้ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังหรือเป็นนักวิชาการที่ปรากฏตัวหน้าจอโทรทัศน์บ่อยครั้ง แต่การดำเนินชีวิตของสมเกียรติก็ให้ความหมายในแบบหนึ่งซึ่งอาจเป็นตัวอย่างให้ได้ขบคิดในฐานะของคนที่ทำงานและมีชีวิตอยู่เกี่ยวข้องกับความรู้ อันเป็นรูปแบบที่แตกต่างไปจากวิถีการดำเนินชีวิตของคนจำนวนมากที่ทำมาหากินอยู่สถาบันการศึกษา ซึ่งวนเวียนกับการสอนพิเศษหรือการเข้าไปแสวงหาอำนาจทางสังคมการเมือง โดยไม่สนใจต่อการติดตามหรือแสวงหาความรู้อันเป็นประโยชน์ต่อแวดวงความรู้และสถาบันการศึกษาแต่อย่างใด ไม่ต้องกล่าวถึงการใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อผู้คนที่อยู่ร่วมสังคมนี้อย่างจริงใจซึ่งนับวันจะหาได้ยากยิ่งขึ้นทุกชั่วขณะ

สมเกียรติเป็นคนหนึ่งที่เราจะสามารถรำลึกถึงด้วยความเคารพในวิถีการดำเนินชีวิตของเขาทางด้านความรู้และปฏิบัติการทางสังคมอย่างที่ยากจะพบหาได้ในวันข้างหน้า


[1] มาตรา ๑๑๒ ประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า

“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”