generic viagra does it work
viagra brand name generic drug
canadian pharmacy cheap generic viagra
generic cialis money order
cialis from canada
buy cialis generic uk
canadian pharmacy branded cialis
cheap viagra without a pr
online cialis
pfizer viagra for sale
canadian viagra sales comparison
Web Design & Hosting Support  by THAIIS Chiang Mai
2013011

จากถังตักอุจจาระถึงอาคารศาลฎีกา: สมชาย ปรีชาศิลปกุล

Filed under : INTEGRATED SCIENCE

“เรื่องราวในพิพิธภัณฑ์จะเป็นประวัติของผู้คนและบ้านเมือง แน่นอนว่าย่อมจะมีเรื่องราวของชนชั้นนำที่มีบทบาทต่อการสร้างเมืองเอโดะรวมอยู่ด้วย แต่ว่าไม่ใช่จำกัดเฉพาะเพียงชนชั้นนำเท่านั้น หากมีชีวิตของสามัญชนที่มีส่วนร่วม ‘สร้างบ้าน แปลงเมือง’ และเป็นบทบาทที่สำคัญไม่น้อย”

 

 

 

จากถังตักอุจจาระถึงอาคารศาลฎีกา

 

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

 

ความเข้าใจของคนไทยจำนวนไม่น้อยที่มีต่อสังคมญี่ปุ่นก็คือ เป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก ดังจะเห็นได้จากสินค้าจำนวนมากจากญี่ปุ่นจะเป็นสินค้าแบบที่เรียกว่า “ไฮเทค” ทั้งที่ไว้อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันหรือเป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ก็ตาม

 รถไฟหัวกระสุนหรือ “ชิงกันเซน” ซึ่งประเทศนี้เป็นผู้บุกเบิกในระยะเริ่มต้นที่หากใครมาก็ต้องขวนขวายหาโอกาสไปนั่งสักครั้งในชีวิต หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดแบบอัตโนมัติตอนเข้าห้องส้วมก็เป็นที่เรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยว่ามันจะทำงานอย่างไรสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้สัมผัส เป็นตัวอย่างบางเรื่องที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง สำหรับคนที่ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นคงจะได้พบว่าไม่เพียงความพยายามในการสร้างสรรค์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับสูงเท่านั้น แต่สังคมแห่งนี้ยังคงตระหนักถึงรากฐานหรือพื้นเพความเป็นมาของตนเองได้อย่างน่าสนใจ รวมถึงการรักษาและให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง

ในญี่ปุ่นจะมีพิพิธภัณฑ์อยู่ในทุกเมืองและในแต่ละเมืองก็จะไม่ได้มีเพียงแค่แห่งเดียว หากมีอยู่เป็นจำนวนมากตั้งอยู่กระจายทั่วไปหมด ที่สำคัญและแตกต่างไปจากเมืองไทยอย่างสำคัญก็คือสถานที่เหล่านี้สามารถแสดงถึงชีวิตของผู้คนอย่างหลากหลายและกว้างขวาง

เฉพาะในอาณาบริเวณโตเกียว(อันหมายถึงโตเกียวและพื้นที่โดยรอบ) สามารถพบเห็นพิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหว, พิพิธภัณฑ์ศิลปะยุคใหม่, พิพิธภัณฑ์ราเมน, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติด้านธรรมชาติและวิทยาศาสตร์, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ, พิพิธภัณฑ์ศิลปะญี่ปุ่น, พิพิธภัณฑ์หนังสือการ์ตูน, พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตก, พิพิธภัณฑ์ยุคเอโดะ แม้กระทั่งพิพิธภัณฑ์โดเรมอน เป็นต้น

ที่เอ่ยมาเป็นเพียงบางส่วน ยังมีอีกเป็นจำนวนมากซึ่งหากตั้งใจจะไปพิพิธภัณฑ์ในโตเกียวให้ครบแล้วผมเข้าใจว่าอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือนหรืออาจจะมากกว่า เพราะว่าในแต่ละแห่งอาจต้องใช้เวลาเป็นวันในการชมให้ครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเอ่ยถึงพิพิธภัณฑ์เหล่านี้แล้วต้องอย่านึกถึงบรรยากาศแบบเงียบเหงาชวนขนหัวลุกที่เป็นอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติส่วนใหญ่ของเมืองไทยนะครับ

แต่ละแห่งนั้นจะมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดราชการ หลายแห่งซึ่งเป็นที่นิยมนั้นถึงกับต้องมีการเปิดให้จองล่วงหน้าเป็นเดือน อย่างเช่นพิพิธภัณฑ์โดเรมอนนั้นอย่าหวังว่าจะไปซื้อได้หน้างานเป็นอันขาด ทั้งนี้หากไม่ใช่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแล้วโดยส่วนมากล้วนแต่เก็บค่าเข้าชมจำนวนหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างประมาณ 500 ถึง 1,000 เยน (ตกประมาณ200 ถึง 300 บาท) อันเป็นราคาที่ไม่ได้แพงมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในประเทศญี่ปุ่น

คำถามที่อาจต้องขบคิดก็คือว่าเพราะเหตุใดสถานที่เหล่านี้จึงมีผู้คนไปเยี่ยมชมจำนวนไม่น้อย ซึ่งไม่ใช่กับเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น หลายแห่งจะพบว่าก็ล้วนแต่เป็นคนญี่ปุ่นเองที่นิยมไปชมพิพิธภัณฑ์หรือเด็กนักเรียนที่จะพบเห็นได้อย่างชินตา

หลายคนอาจอธิบายในแง่ของความสามารถในการจัดพิพิธภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ มีการใช้เทคโนโลยีทางด้านต่างๆ เข้ามาประกอบ การใช้แง่มุมทางศิลปะในการจัดวางหรือบอกเล่าเรื่อง การสร้างจุดเด่นในการนำเสนอของแต่ละประเด็นที่สามารถให้ผู้ชมรู้สึก “อิน” ในการเดินชม

แม้องค์ประกอบด้านความสามารถในการจัดการพิพิธภัณฑ์จะมีความสำคัญ แต่ในความเห็นของผู้เขียนเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งเป็นเพราะประเด็นที่พิพิธภัณฑ์นำเสนอนั้นมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวโยงกับชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมาก อันจะเป็นปัจจัยทำให้เกิดความรู้สึกร่วมระหว่าง “ผู้ชม” กับ “พิพิธภัณฑ์” ขึ้น

เมื่อผู้เขียนไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยุคเอโดะที่โตเกียว (Edo-Tokyo Museum) เรื่องราวในพิพิธภัณฑ์จะเป็นประวัติของผู้คนและบ้านเมือง แน่นอนว่าย่อมจะมีเรื่องราวของชนชั้นนำที่มีบทบาทต่อการสร้างเมืองเอโดะรวมอยู่ด้วย แต่ว่าไม่ใช่จำกัดเฉพาะเพียงชนชั้นนำเท่านั้น หากมีชีวิตของสามัญชนที่มีส่วนร่วม “สร้างบ้าน แปลงเมือง” และเป็นบทบาทที่สำคัญไม่น้อย

เช่น การจัดตั้งหน่วยดับเพลิงของผู้คนในห้วงเวลาที่ชุมชนในยุคนั้นต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อยครั้ง ก็ต้องมีการจัดตั้งกลุ่มและวางกฎเกณฑ์ในการร่วมกับแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประวัติศาสตร์ของเอโดะจึงเป็นประวัติศาสตร์ของสังคม ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ของเทวดาที่มานิมิตความเจริญแก่บ้านเมืองด้วยบุญญาบารมีอันแรงกล้าเพียงอย่างเดียว

ด้วยเหตุนี้บรรดาข้าวของหรือเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ก็จะได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดี เราจึงได้เห็นตั้งแต่ชุดของโชกุนมาจนกระทั่งถึงถังตักอุจจาระของคนธรรมดาก็มีที่ทางอยู่ในพิพิธภัณฑ์ อันเป็นจุดซึ่งคนนำเที่ยวต้องพาผู้เข้าชมโดยเฉพาะชาวต่างชาติให้มาดูและอธิบายถึงอรรถประโยชน์ของมัน

ถังนี้จะหลงเหลือมาจากยุคดังกล่าวหรือเป็นการสร้างเลียนแบบขึ้นมาก็ไม่แน่ใจ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญประวัติศาสตร์ของผู้คนเป็นอย่างมาก

ไม่ต้องพูดถึงอาคารสถานที่สำคัญที่ได้รับการรักษาดูแลเป็นอย่างดี หากไม่ได้พ้นวิสัยในการเก็บรักษาเอาไว้เนื่องจากญี่ปุ่นต้องเผชิญกับปัญหาแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้อาคารหรือสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งต้องถูกทำลายไป แต่ก็ได้มีการทำเป็นสถานที่จำลองไว้ให้ชมจำนวนไม่น้อย

ที่กล่าวมาจึงเป็นความน่าอัศจรรย์ใจอย่างมากว่าขณะนี้สังคมไทยกำลังจะมีการทุบอาคารศาลฎีกาซึ่งมีความหมายในทางประวัติศาสตร์อย่างสำคัญ เพียงแต่เป็นประวัติศาสตร์ของการสร้างบ้านเมืองที่ไม่ใช่นำโดยกลุ่มชนชั้นนำตามจารีต การทำลายอาคารหลังนี้ไม่ใช่เพียงเพราะว่ามันเก่าจนเกินเยียวยา แต่ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเพราะว่ามันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ทางการแบบไทยๆ

น่าเศร้าใจมากขึ้นไปว่าข้อถกเถียงในเรื่องนี้กลับไปจำกัดอยู่เพียงว่าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจตามกฎหมายที่จะทุบได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ตามความเข้าใจของผมอาคารศาลฎีกาหรืออาคารใดๆ ของรัฐก็ตามล้วนแต่เป็นของคนทั้งหมด ซึ่งควรจะสามารถมีส่วนในการร่วมดูแลรักษาสิ่งที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของสังคมได้ เพราะฉะนั้น ควรจะมีการถกเถียงแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างโปร่งใสจากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดการดูแลที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมทั้งหมด

ทุบไปเถิดครับ สามัญชนทั้งหลายในสังคมแห่งนี้จงตระหนักไว้เถิดว่าประวัติศาสตร์นอกกรอบราชาชาตินิยมไม่พึงได้รับการให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ/ลักษณะเช่นใดก็ตาม

 

เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 31 มกราคม 2556