cialis daily
buy viagra usa
real viagra vs generic viagra
viagra preise
cheap cialis tablet
best price for generic viagra
viagra china
viagra canadian pharmacy dosage
cialis cheap price
viagra deaf
cialis professional generic
buy cialis generic uk
fast viagra superactive
buy cialis viagra
Web Design & Hosting Support  by THAIIS Chiang Mai
2013017

แนวทางการพัฒนากฎหมายจักรยานของสหภาพยุโรป: ปีดิเทพ อยู่ยืนยง

Filed under : INTEGRATED SCIENCE

“บางประเทศได้พยายามเสริมสร้างและพัฒนาการใช้งานจักรยานในชีวิตประจำวันให้เป็นวัฒนธรรมการใช้งานจักรยาน ซึ่งไม่เพียงมีความสำคัญในแง่ของการคมนาคมในบริเวณพื้นที่ชุมชนเมืองเท่านั้น หากแต่ยังอาจสร้างความสำคัญในการส่งเสริมเสรีภาพในการเลือกการเดินทางในรูปแบบต่างๆ”

 

 

แนวทางการพัฒนากฎหมายจักรยานของสหภาพยุโรป

ปีดิเทพ อยู่ยืนยง

CPD Certificate in Environmental Law & Policy University of Brighton
นักวิจัยประจำ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดอมงฟอร์ต สหราชอาณาจักร
pedithep.youyuenyong@email.dmu.ac.uk

[1] บทนำ
ประชาชนในประเทศสมาชิกในกลุ่มสหภาพยุโรปหลายประเทศได้หันมาสนใจการใช้งานจักรยาน ภายใต้การสนับสนุนภาครัฐหรือองค์กรรณรงค์ให้มีการใช้งานจักรยานในพื้นที่ชุมชนเมือง เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการใช้งานจักรยานเพื่อการเดินทางในบริเวณพื้นที่ชุมชนเมืองส่งผลดีต่อธรรมชาติ สุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่ชุมชนเมือง เช่น การขับขี่จักรยานย่อมไม่ก่อให้เกิดไอเสียจากการเผาไหม้ของน้ำมันจนทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศเช่นเดียวกันกับยานพาหนะประเภทรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์

แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมาสหภาพยุโรปได้กำหนดระเบียบและข้อบังคับ ที่กำหนดความผูกพันด้านต่างๆ (European Union’s commitments) ที่เอื้อหรือสนับสนุนต่อการใช้งานจักรยานในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นข้อบังคับสหภาพยุโรปที่กำหนดมาตรการสนับสนุนการใช้งานยานพาหนะที่ก่อให้เกิดผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชุมชนเมือง มาตรการสนับสนุนความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่รวมความถึงความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จักรยาน รวมไปถึงหลักเกณฑ์เฉพาะอื่นๆ ที่ได้กำหนดเอาไว้ในปทานุกรมจักรยานสหภาพยุโรป (European Cycling Lexicon) อย่างไรก็ดี ข้อบังคับสหภาพยุโรปต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการสนับสนุนการใช้งานจักรยานในสหภาพยุโรปเป็นการเฉพาะโดยตรง คงมีแค่เพียงข้อบังคับที่สนับสนุนหรือเอื้อต่อการใช้งานจักรยาน

ด้วยเหตุนี้ จึงอาจยกเป็นข้อถกเถียงทางวิชาการได้ว่าสหภาพยุโรปควรพัฒนานโยบาย ระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการใช้งานจักรยานเป็นการเฉพาะอย่างไร เพราะจักรยานก็ถือเป็นพาหนะประเภทหนึ่งซึ่งมีหรือใช้กันในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป นอกจากนี้ บางประเทศได้พยายามเสริมสร้างและพัฒนาการใช้งานจักรยานในชีวิตประจำวันให้เป็นวัฒนธรรมการใช้งานจักรยาน (cycling culture) หรือรูปแบบการใช้งานพาหนะประเภทจักรยานที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมือง ซึ่งไม่เพียงมีความสำคัญในแง่ของการคมนาคมในบริเวณพื้นที่ชุมชนเมืองเท่านั้น หากแต่ยังอาจสร้างความสำคัญในการส่งเสริมเสรีภาพในการเลือกการเดินทางในรูปแบบต่างๆ (freedom to make travel choices) ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปอีกด้วย

[2] การรณรงค์สำหรับการใช้งานจักรยานในสหภาพยุโรป
สหภาพยุโรปได้พยายามกำหนดนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมสิทธิในการขี่จักรยาน (right to ride) โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรจักรยานหลายองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือใช้งานจักรยานในยุโรป ดังเช่น สมาพันธ์นักปั่นจักรยานยุโรป (European Cyclists’ Federation – ECF) ที่เป็นองค์กรที่คอยผลักดันให้ประชาชนในสหภาพยุโรปมีการใช้งานจักรยานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสุขภาพประชาชน เพื่อประโยชน์ทั้งในแง่ของการใช้งานจักรยานในการเดินทางและการใช้งานจักรยานในการประกอบกิจกรรมนันทนาการ นอกจากนี้ องค์กรดังกล่าวยังได้ผลักดันให้สหภาพยุโรปและประเทศต่างๆในกลุ่มสหภาพยุโรป ก่อสร้างหรือจัดให้มีทางจักรยานในท้องถิ่น ภูมิภาคและประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (European cycle route network หรือ EuroVelo routes) ที่มีลักษณะอันเป็นทางจักรยานที่เชื่อมต่อถึงกันและเป็นโครงข่ายทางจักรยานที่เชื่อมต่อกันระหว่างท้องถิ่น ภูมิภาคและประเทศที่อยู่ในกลุ่มสหภาพยุโรป โดยการผลักดันให้ประเทศต่างๆในกลุ่มสหภาพยุโรปสร้างทางจักรยานที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงถึงกันระหว่างท้องถิ่น ภูมิภาคและประเทศย่อมส่งผลดีต่อการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยวโดยอาศัยจักรยานในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป นอกจากนี้ สมาพันธ์นักปั่นจักรยานยุโรปยังได้พยายามผลักดันให้สหภาพยุโรปและประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของกลุ่มสหภาพยุโรปหันมาจัดทำทางจักรยานสาธารณะในประเทศหรือท้องถิ่นของตน ให้มีคุณภาพระดับสูง (high quality European-grade cycle routes) ที่ไม่เพียงจะเอื้อต่อการเดินทางในบริเวณพื้นที่ชุมชนเมืองของประชาชนในท้องถิ่นในระยะสั้นๆ การสร้างทางจักรยานในท้องถิ่นหรือการสร้างทางจักรยานสาธารณะคู่ขนานกับทางสัญจรยานพาหนะอื่นๆ ยังอาจส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวโดยอาศัยการปั่นจักรยาน (Cycle tourism) อีกประการหนึ่ง

แม้ว่าสหภาพยุโรปจะได้ให้การสนับสนุนแนวคิดและโครงการ EuroVelo routes ของสมาพันธ์นักปั่นจักรยานยุโรปดังที่ได้กล่าวมาในข้างต้น ทั้งในด้านการศึกษาวิจัยและการให้งบประมาณสนับสนุน ตัวอย่างเช่น การจัดสรรงบประมาณของสหภาพยุโรปสนับสนุนการก่อสร้างทางจักรยานให้กับท้องถิ่นของบางประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป เพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาโครงข่ายทางจักรยานของประเทศต่างๆ อย่างไรก็ดี อาจมีข้อโต้แย้งหลายประการเกี่ยวกับการสนับสนุนของสหภาพยุโรปต่อการรณรงค์ให้ประชาชนในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปหันมาใช้งานจักรยานว่า ไม่มีมาตรการอื่นๆ เป็นการเฉพาะนอกเหนือไปจากการรณรงค์ในกรอบแบบกว้างๆ เกี่ยวกับการพัฒนาโครงข่ายทางจักรยานสหภาพยุโรปผ่านโครงการ EuroVelo routes อีกประการหนึ่ง แม้ว่าสหภาพยุโรปมีนโยบายอื่นๆ ที่สนับสนุนการใช้งานจักรยานเป็นการเฉพาะ แต่กลับไม่ได้มีมาตรการทางกฎหมายสหภาพยุโรปเพื่อที่จะให้รัฐสมาชิกได้ปฏิบัติตามกรอบหรือแนวทางที่สหภาพยุโรปกำหนดไว้เกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนให้มีการใช้งานหรือการพัฒนาสาธารณูปโภคอื่นๆ ให้เอื้อต่อการใช้จักรยานเพื่อการเดินทางระยะสั้นๆ ในชุมชนเมืองกับการใช้จักรยานในเชิงท่องเที่ยว ซึ่งในปัจจุบันคงมีเพียงข้อบังคับสหภาพยุโรป (EU Directives) อื่นๆ ที่เป็นเพียงบทบัญญัติสนับสนุนในเรื่องของสิ่งแวดล้อมชุมชนเมือง (urban environment) ที่ต้องการอาศัยการใช้งานยานพาหนะที่ไม่ก่อมลภาวะทางเสียงและมลภาวะทางอากาศอันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชุมชนเมืองกับ บทบัญญัติเกี่ยวกับความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ (product safety) ซึ่งรวมไปถึงผลิตภัณฑ์หรือจักรยานที่ผลิตออกจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตจักรยานในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปและบทบัญญัติที่กำหนดมาตรฐานจักรยานไฟฟ้าสองล้อและสามล้อเท่านั้น (electric bicycles) ดังนั้น บทบัญญัติของสหภาพยุโรปในปัจจุบันอาจไม่ได้มีมาตรการเฉพาะให้รัฐสมาชิกกำหนดนโยบายและมาตรการทางกฎหมายในประเทศของตนให้สอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับสหภาพยุโรป (harmonisation) เกี่ยวกับการใช้จักรยานหรือการสร้างสาธารณูปโภคอื่นๆ ให้สอดคล้องกับการใช้งานจักรยานในพื้นที่ชุมชนเมืองในสหภาพยุโรปแต่อย่างใด

[3] ข้อบังคับของสหภาพยุโรปที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการใช้งานจักรยานในปัจจุบัน
ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ในปัจจุบันสหภาพยุโรปได้มีข้อบังคับกำหนดมาตรการเสริมทางอ้อมสนับสนุนการใช้งานจักรยานในประเทศสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งบางมาตรการในปัจจุบันอาจเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนากฎหมายจักรยานสหภาพยุโรปในอนาคตหรืออาจเป็นพื้นฐานที่จะทำให้สหภาพยุโรปได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้งานจักรยานอย่างยั่งยืนได้ อันสอดคล้องต่อประโยชน์โดยภาพรวมการขี่จักรยาน

[3.1] ข้อบังคับสหภาพยุโรปเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในชุมชนเมืองกับการใช้งานจักรยาน
สหภาพยุโรปได้ตราข้อบังคับสหภาพยุโรปว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพอากาศและอากาศที่ดีกว่าสำหรับสหภาพยุโรป ค.ศ. 2008 (Directive 2008/50/EC of the European Parliament and of the Council of 21 May 2008 on ambient air quality and cleaner air for Europe) ที่ได้วางหลักเกณฑ์สำหรับสร้างแนวทางการประเมินมาตรฐาน แนวทางควบคุมคุณภาพอากาศของประเทศสมาชิกในกลุ่มสหภาพยุโรปและวางแนวทางให้ประเทศสมาชิกกำหนดนโยบายและมาตรการที่เอื้อต่อการลดแหล่งกำเนิดมลภาวะทางอากาศประเภทต่างๆ (sources of air pollution) อนึ่ง มาตรการของสหภาพยุโรปดังกล่าวยังมีส่วนช่วยให้แนวทางกับประเทศสมาชิกได้จัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชนเมือง (urban environment) ให้เอื้อต่อการลดมลภาวะทางอากาศ ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนให้อากาศในพื้นที่ชุมชนเมืองปลอดจากมลภาวะทางอากาศอันส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในบริเวณพื้นที่ชุมชนเมืองและท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ การที่รัฐสมาชิกหรือท้องถิ่นของรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปสนับสนุนให้มีการก่อสร้างสาธารณูปโภคด้านคมนาคมที่ช่วยลดมลภาวะทางอากาศ เช่น สาธารณูปโภคที่เกี่ยวกับการเดินและการใช้จักรยาน (bicycle and pedestrian infrastructure) จึงอาจส่งผลดีต่อสภาพอากาศในประเทศสมาชิก หากประชาชนหันมาใช้งานจักรยานและเดินเท้าในระยะทางสั้นๆ ในพื้นที่ชุมชนเมืองตามที่รัฐหรือท้องถิ่นได้จัดสาธารณูปโภคที่อำนวยความสะดวกต่อการปั่นจักรยานและการเดินเท้าในบริเวณพื้นที่ชุมชนเมือง ทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้เป็นการลดมลภาวะทางอากาศในพื้นที่ชุมชนเมืองอีกทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นการปรับการคมนาคมขนส่งสาธารณะโดยวิธีการต่างๆและการสนับสนุนการใช้งานจักรยานในพื้นที่ชุมชนเมือง ที่เอื้อประโยชน์ต่อต่อการลดมลภาวะทางอากาศในพื้นที่ชุมชนเมือง จึงเป็นการช่วยสนับสนุนให้รัฐหรือท้องถิ่นสามารถปริมาณมลภาวะทางอากาศภายใต้หลักการของข้อบังคับสหภาพยุโรปว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพอากาศและอากาศที่ดีกว่าสำหรับสหภาพยุโรป ค.ศ. 2008 ได้อีกทางหนึ่ง

อีกประการหนึ่งการใช้งานจักรยานนอกจากจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอากาศในบริเวณพื้นที่ชุมชนเมืองแล้ว การใช้งานจักรยานในพื้นที่ชุมชนเมืองยังอาจช่วยลดมลภาวะทางเสียง (noise pollution) หรือเสียงที่ดังเกินไปกว่าปกติหรือเสียงดังจนอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบโสตประสาทและระบบการได้ยินของมนุษย์ เพราะการปั่นจักรยานย่อมก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียงในพื้นที่ชุมชนเมืองได้น้อยกว่ายวดยานพาหนะประเภทอื่นๆ ซึ่งสหภาพยุโรปได้ตราข้อบังคับสหภาพยุโรปว่าด้วยเสียงในสิ่งแวดล้อม ค.ศ. 2002 (Directive 2002/49/EC on Environmental Noise) ที่ไม่เพียงแค่กำหนดมาตรการและยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการลดมลภาวะทางเสียงสำหรับประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ข้อบังคับดังกล่าวยังกำหนดหลักการพัฒนายุทธศาสตร์ระยะยาว (Developing a long-term EU strategy) ในการต่อสู้กับปัญหามลภาวะทางเสียงโดยกำหนดแนวทางให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปสนับสนุนการใช้จักรยานหรือการเดินทางอื่นๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียงที่อาจกระทบต่ออนามัยของมนุษย์

[3.2] ข้อบังคับสหภาพยุโรปเกี่ยวกับความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์
สหภาพยุโรปได้ตราข้อบังคับสหภาพยุโรปว่าด้วยความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ทั่วไป ค.ศ. 2001 (Directive 2001/95/EC on general product safety) ที่ได้วางหลักเกณฑ์กำหนดมาตรการคุ้มครองสุขภาพและเสริมสร้างความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค จากการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่วางขายในท้องตลาดประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป โดยมุ่งให้ประเทศต่างๆ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์โดยทั่วไป (general safety requirements) ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายจำต้องมีหน้าที่ผูกพันต่อผู้บริโภคในกรณีที่สินค้าที่ผลิตไม่ได้มาตรฐานหรืออาจก่ออันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคจากการใช้งานโดยทั่วไป รวมไปถึงหน้าที่ในการแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการใช้งานหรือความปลอดภัยในสินค้าดังกล่าวต่อผู้บริโภค อนึ่ง จักรยานประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานถีบทั่วไปและจักรยานไฟฟ้าก็ถือเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าที่วางขายในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป อุปกรณ์ในจักรยานประเภทต่างๆ ย่อมประกอบไปด้วยกลไกการทำงานที่ต้องการความปลอดภัยกับการบำรุงรักษาอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์จักรยานจึงถือเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งในท้องตลาดสหภาพยุโรปที่ประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรปจำต้องมีมาตรการความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ขึ้นมารองรับการบริโภคผลิตภัณฑ์จักรยานของผู้ใช้งานหรือผู้ขับขี่จักรยาน

ดังนั้น การกำหนดมาตรการให้ผู้ผลิต ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีกจักรยานต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ซื้อจักรยานหรือผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จักรยานภายหลังการขาย โดยทั้งผู้ผลิต ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีกจักรยานต้องจัดหาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย (safe product) อันเป็นการส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคในตลาดการค้าจักรยานในสหภาพยุโรปว่าประชาชนจะได้รับความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ซื้อมาจากร้านค้า

[3.3] ข้อบังคับสหภาพยุโรปว่าด้วยจักรยานไฟฟ้า
ข้อบังคับสหภาพยุโรปว่าด้วยระบบรับรองเฉพาะแบบสำหรับยานยนต์สองล้อหรือสามล้อ ค.ศ. 2002 (Directive 2002/24/EC of the European Parliament and of the Council of 18 March 2002 relating to the type-approval of two or three-wheel motor vehicles) ได้กำหนดมาตรฐานสินค้ายานยนต์สองล้อหรือสามล้อในตลาดสหภาพยุโรปสำหรับประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปให้มีมาตรฐานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน (conformity) นอกจากนี้ ข้อบังคับดังกล่าวยังตอบสนองต่อการคุ้มครองผู้บริโภคในสหภาพยุโรปทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัยในการใช้งานยานยนต์สองล้อหรือสามล้อที่ผลิตหรือวางจำหน่ายในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งข้อบังคับสหภาพยุโรปฉบับนี้ได้วางหลักเกณฑ์สำหรับการรับรองเฉพาะแบบสำหรับยานยนต์สองล้อหรือสามล้อ เพื่อให้สมาชิกประเทศต่างๆ ได้อนุวัตรการข้อบังคับฉบับนี้และตรากฎหมายโดยมาตรการต่างๆ ในการคุ้มครองผู้บริโภคต้องไม่ต่ำไปกว่าที่ข้อบังคับสหภาพยุโรปฉบับนี้ได้บัญญัติเอาไว้ ตัวอย่างเช่น ระบบเครื่องหมายรับรองเฉพาะแบบสำหรับยานยนต์สองล้อหรือสามล้อ (type-approval mark) สำหรับสินค้าที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตภายในประเทศที่มีมาตรฐานตามที่สหภาพยุโรปได้กำหนดเอาไว้ และระบบการออกหมายเลยประจำสินค้ายานยนต์สองล้อหรือสามล้อ (vehicle identification number) ที่ทำให้ง่ายต่อการควบคุมมาตรฐานการผลิตและควบคุมภายหลังจากมีการใช้งานสินค้าไปแล้ว เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคว่าจะได้รับความปลอดภัยจากการใช้งานยานยนต์สองล้อหรือสามล้อ รวมไปถึงเงื่อนไขของสินค้าอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภคกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตามที่ข้อบังคับได้ระบุเอาไว้

อาจมีคำถามตามมาว่าข้อบังคับสหภาพยุโรปว่าด้วยระบบรับรองเฉพาะแบบสำหรับยานยนต์สองล้อหรือสามล้อ ค.ศ. 2002 ฉบับนี้เกี่ยวข้องกับจักรยานอย่างไร ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าข้อบังคับสหภาพยุโรปฉบับนี้ได้กำหนดมาตรการครอบคลุมไม่เพียงแต่รถมอเตอร์ไซค์สองล้อและสามล้อกับยานยนต์อื่นๆ ที่เดินด้วยจักรกลสองล้อและสามล้อที่วางขายในท้องตลาดสหภาพยุโรปเท่านั้น แต่ข้อบังคับสหภาพยุโรปดังกล่าวยังได้วางหลักเกณฑ์รวมไปถึงจักรยานไฟฟ้า (Electrically Assisted Pedal Cycles – EAPCs) ที่สามารถวิ่งความเร็วสูงสุดได้เกินกว่า 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (design speed exceeding 6 km/h) เหตุที่ข้อบังคับสหภาพยุโรปบัญญัติเอาไว้เป็นเช่นนี้ก็เพื่อส่งเสริมมาตรฐานผลิตภัณฑ์ประเภทจักรยานไฟฟ้าที่มีความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดและไม่เข้าข้อเว้นของข้อบังคับดังกล่าวที่ยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับฉบับนี้

[4] วิเคราะห์ข้อบังคับของสหภาพยุโรปที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการใช้งานจักรยานในปัจจุบัน
ในปัจจุบันแม้ว่าสหภาพยุโรปได้กำหนดข้อบังคับที่เกี่ยวเนื่องกับประโยชน์ของการใช้งานจักรยานต่อสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จักรยานทั่วไปและมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์จักรยานไฟฟ้า แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าปัจจุบันไม่มีมาตรการสหภาพยุโรปเป็นการเฉพาะในเรื่องอื่นๆ ที่สนับสนุนการใช้งานจักรยานหรือวัฒนธรรมการใช้งานจักรยานในพื้นที่ชุมชนเมือง ตัวอย่างเช่น ประการแรก สหภาพยุโรปไม่ได้กำหนดมาตรการสนับสนุนสิทธิของประชาชนไว้เป็นการเฉพาะในการสัญจรโดยจักรยานถีบในช่องทางจักรยานหรือเลนจักรยานที่รัฐหรือท้องถิ่นได้จัดไว้ให้ (right of way on pedal cycles) ซึ่งในการสนับสนุนสิทธิของประชาชนประการนี้ สหภาพยุโรปขาดการกำหนดข้อบังคับว่าด้วยการจัดการผังเมืองและการพัฒนาเมืองที่สอดคล้องกับการสนับสนุนการใช้งานจักรยานเป็นการเฉพาะ โดยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำเกี่ยวกับจำนวนเลนจักรยานกับสาธารณูปโภคที่สนับสนุนการใช้งานจักรยานในพื้นที่ชุมชนเมืองให้สอดคล้องกับจำนวนประชากรและขนาดพื้นที่ชุมชนเมือง ประการที่สอง สหภาพยุโรปไม่ได้กำหนดข้อบังคับเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่จักรยานเป็นการเฉพาะ ที่กำหนดมาตรการขั้นต่ำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานในทางจักรยานประเภทต่างๆ ต้องสวมหมวกนิรภัยในขณะขับขี่ รวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เอื้อต่อการขับขี่จักรยานให้ปลอดภัย ซึ่งแม้ว่าในหลายๆ ประเทศในสหภาพยุโรปได้ออกมาตรการบังคับให้มีการสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่จักรยาน แต่สหภาพยุโรปกลับไม่ได้วางหลักเกณฑ์ไว้เฉพาะในเรื่องนี้แต่อย่างใด คงมีเพียงมาตรการตามที่ข้อบังคับสหภาพยุโรปว่าด้วยอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนตัว (Directive 89/686/EEC on personal protective equipment) ที่กำหนดหลักเกณฑ์ว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของหมวกนิรภัยจักรยาน อนึ่ง สหภาพยุโรปได้กำหนดนโยบายหลายประการและสถาปนาโครงการหลายโครงการเกี่ยวกับการวางโครงข่ายทางจักรยานสหภาพยุโรปเพื่อการกีฬาและการนันทนาการจักรยาน สหภาพยุโรปจึงควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่จักรยานตามโครงการต่างๆ ที่สหภาพยุโรปได้เข้าไปสนับสนุน ประการที่สาม สหภาพยุโรปไม่ได้กำหนดมาตรการอื่นๆ ให้สอดรับกับการรณรงค์ของสหภาพยุโรปให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานอันเป็นยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชุมชนเมือง เช่น การวางมาตรการให้รัฐสมาชิกสร้างเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อสนับสนุนการขี่จักรยานในพื้นที่ชุมชนเมือง (economic instruments) ซึ่งไม่เพียงแค่ส่งผลดีต่อการจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานสำหรับการเดินทางในพื้นที่ชุมชนเมืองในระยะสั้นๆเท่านั้น หากแต่เป็นการสร้างการลดมลภาวะทางอากาศกับมลภาวะทางเสียงของชุมชนเมือง ผ่านการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานในพื้นที่ชุมชนเมืองด้วย

[5] สรุป: หนทางพัฒนากฎหมายจักรยานของสหภาพยุโรปในอนาคต
การพัฒนากฎหมายจักรยานในลักษณะที่เป็นข้อบังคับเดียว (single directive) ที่รวมเอามาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่เอื้อต่อการใช้งานจักรยาน น่าจะเป็นหนทางที่ดีสำหรับการสร้างทิศทางของบทบัญญัติของประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจักรยานให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยกฎหมายจักรยานของสหภาพยุโรปควรบรรจุหลักการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการใช้งานจักรยานหรือโครงการจักรยานอื่นๆ ที่สหภาพยุโรปให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของมาตรการผังเมืองที่เอื้อต่อการใช้งานจักรยานในพื้นที่ชุมชนเมือง มาตรการความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์จักรยาน มาตรการความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่จักรยาน และมาตรการจูงใจอื่นๆ ให้ผู้คนหันมาใช้งานจักรยานในพื้นที่ชุมชนเมือง อนึ่ง อาจมีความเห็นโต้แย้งว่าการพัฒนากฎหมายจักรยานในลักษณะที่เป็นข้อบังคับเดียวดังที่ได้กล่าวมาอาจเป็นการยากและอาจเผชิญอุปสรรคหลายประการ เช่น ค่านิยมหรือทัศนคติของประชาชนต่อการใช้จักรยานในแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน สภาพภูมิประเทศกับภูมิอากาศที่เอื้อต่อการใช้งานจักรยานแตกต่างกัน วัฒนธรรมการใช้งานจักรยานในแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน และการกระจัดกระจายของบทบัญญัติสหภาพยุโรปที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจักรยานในพื้นที่ชุมชนเมือง เป็นต้น
ดังนั้น การพัฒนากฎหมายจักรยานของสหภาพยุโรปจึงถือเป็นความท้าทายของสหภาพยุโรปและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการจักรยานต่างๆ ที่สหภาพยุโรปให้การสนับสนุน รวมไปถึงประเทศสมาชิกที่ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้จักรยานและวัฒนธรรมการใช้จักรยานในชุมชนเมือง ในการร่วมกันสร้างหลักเกณฑ์หรือแนวทางการใช้จักรยานสำหรับสหภาพยุโรปในอนาคต