viagra low cost
viagra allergic reaction
cialis 200mg
viagra lowest price
cialis levitra viagra
buy viagra without prescriptions
canadian pharmacy viagra 100m
generic viagra over the counter
canadian pharmacy viagra 100m
cheep generic viagra
Web Design & Hosting Support  by THAIIS Chiang Mai
2012041

“แม่สอดโมเดล” อนาคตการจดทะเบียนการเกิดร้อยเปอร์เซ็นต์

Filed under : SOCIAL SCIENCE

“จะทำงานเรื่องการจดทะเบียนการเกิดเหรอ …ในแม่สอดนี้มีเด็ก เยอะ แยะ…”

 

“แม่สอดโมเดล” อนาคตการจดทะเบียนการเกิดร้อยเปอร์เซ็นต์ (BR100%)

 

โดย

โครงการเร่งรัดจดทะเบียนการเกิดทะเบียนการเกิดภายใต้ชุดโครงการพัฒนากลไกสวัสดิการสำหรับผู้มีปัญหาสถานบุคคล(มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

“จะทำงานเรื่องการจดทะเบียนการเกิดเหรอ …ในแม่สอดนี้มีเด็ก เยอะ แยะ…”

 

โพแอ้ [1]อาสาสมัครชาวพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยง ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย คนทำงานให้ความรู้เรื่องสุขภาพกับกลุ่มแรงงาน และคนชายแดนบอก เมื่อได้ยินชื่อของโครงการเร่งรัดการจดทะเบียนการเกิดของบุตรผู้มีปัญหาสถานะบุคล จากประสบการณ์การทำงานของเขาในหน้าที่อาสาสมัครที่ทำงานคลุกคลีทำงานเรื่องการดูแลผู้ป่วยวัณโรค ป้องกันโรคเอดส์ และส่งเสริมเรื่องการจัดตั้งกลุ่มสวัสดิการให้กับแรงงานงานข้ามชาติทำให้รู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนกลุ่มนี้ และโพแอ้ยังได้ยกข้อมูลของชุมชนแรงงานชุมชนหนึ่งที่ชื่อเรียกกันในกลุ่มชาวพม่าว่า “จูดอง” ซึ่งเป็นชุมชนแรงงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลแม่ปะที่มีจำนวนบ้านเรือนร้อยกว่าหลังคาเรือน ชุมชนนี้มีจำนวนเด็กที่อายุระหว่างแรกเกิดถึง 5 ขวบ ประมาณ 25 คน ในกลุ่มเด็กกลุ่มนี้ มีเด็กที่ได้รับการจดทะเบียนการเกิดถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนการทำงานของไทย 10 คน อีก 10 คนเป็นเด็กที่มีใบรับรองการเกิดของแม่ตาวคลินิกมีหลักฐานรับรองการเกิดของ Committee for Protection and Promotion of Child Rights (Burma) CPPCR องค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านการดูแลสิทธิเด็ก ส่วนอีก 5 คนที่เหลือเป็นเด็กที่ไม่มีหลักฐานใด ๆ เลย ส่วนเด็กที่มีอายุระหว่าง 5-15 ปีนั้น มีอยู่ประมาณ 50 คน ในกลุ่มนี้ประมาณ 30 คนมีหลักฐานการเกิดจาก CPPCR ส่วนที่เหลือไม่มีหลักฐานใดๆ เลย

 

ข้อมูลจากการลงพื้นที่ของโพแอ้จะเห็นได้ว่าในหมู่บ้านนี้ จะเห็นได้ว่าช่วงอายุของเด็กมีความสัมพันธ์กับการได้รับหลักฐานการเกิด เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ขวบมีจำนวนเด็กที่ได้รับการจดทะเบียนการเกิดถูกต้องมากกว่าเด็กที่มีอายุมากกว่า ในหมู่บ้านแห่งอื่น ๆ ก็เช่นกันมีเด็กจำนวนมากที่ได้รับการจดทะเบียนการเกิดถูกต้องและก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่มีหลักฐานการรับรองการเกิดจากทางการไทย และนี่ดูเหมือนจะเป็นสถานการณ์เกี่ยวกับการจดทะเบียนการเกิดที่เป็นอยู่ในขณะนี้

 

อีกด้านหนึ่ง จากมุมมองของผู้ทำหน้าที่นายทะเบียนผู้รับแจ้งเกิดมองว่า “การแจ้งเกิดไม่ใช่เรื่องยากเลย สำหรับที่นี่ ขอให้มาภายใน 15 วันที่เกิดมาพร้อมใบรับรองการเกิดของทางโรงพยาบาล ตัวแม่และเด็กไม่ต้องมาเองก็ได้ทางอำเภอพร้อมที่จะออกหลักฐานการเกิดให้ แต่ถ้าเลยจากนั้นแล้ว เราจำเป็นที่จะต้องตั้งข้อสงสัยเอาไว้ก่อนว่า ตัวผู้แจ้งนั้นมีเจตนาทุจริต…” คำยืนยันจากคุณประกิจ ทองไชยภพ เจ้าหน้าที่ทางทะเบียนเทศบาลนครแม่สอดพูดถึงขั้นตอนของการจดทะเบียนการเกิด ที่ใช้ระเบียบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่มีสถานะชัดเจนหรือผู้มีปัญหาสถานะ ทางเทศบาลนครแม่สอดพร้อมที่จะออกใบรับรองการเกิดให้โดยถือระเบียบทางราชการได้กำหนดไว้ว่า เด็กที่พ่อแม่มีสัญชาติไทยและแจ้งเกิดตามกำหนด 15 วัน ก็จะได้สูติบัตรที่เป็น ทร.1 เด็กที่พ่อแม่เป็นคนไทยแต่แจ้งเกิดเกินกำหนดก็จะได้ สูติบัตรที่เป็น ทร.2 ส่วนเด็กที่พ่อแม่ถือบัตรแรงงาน  เป็นแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายก็จะได้สูติบัตรเป็น ทร.03  และลูกของคนที่ไม่มีสถานะไม่ว่าจะถือบัตรบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือไม่มีหลักฐานใด ๆ เลย เด็กกลุ่มนี้ก็จะได้สูติบัตรเป็น ทร.031 ตัวผู้ปกครองและเด็กสามารถแจ้งเกิดได้เลย สำหรับเด็กที่เกิดในโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากรัฐ และดำเนินการแจ้งเกิดตามกำหนดที่ทางราชการกำหนดไว้คือ 15 วัน

 

สำหรับกลุ่มแรงงานข้ามชาติในพื้นที่แม่สอดนอกเหนือจากการรับบริการด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลของรัฐบาลแล้ว ทางเลือกในการบริการด้านสุขภาพที่เป็นที่นิยมอีกทางหนึ่งนั่นก็คือ “การรับบริการด้านสุขภาพจากองค์กรการกุศลที่เป็นทางเลือกที่กลุ่มแรงงานและผู้มีปัญหาสถานะบุคคลสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าสถานบริการด้านสุขภาพของรัฐ จากปัจจัยเรื่อง ภาษาที่สื่อสาร ที่เอื้อให้สามารถเข้าใจกันได้ง่ายกว่า”  และค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่ายน้อยกว่า ดังนั้นในพื้นที่อำเภอแม่สอดจึงมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่คลอดที่ แม่ตาวคลินิกสถานพยาบาลที่ให้การดูแลด้านสุขภาพแก่แรงงานข้ามชาติสัญชาติพม่า แต่สถานนะทางกฎหมายของแม่ตาวคลินิกก็ไม่ใช่สถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล

 

“กรณีคลินิกแม่ตาวเราได้ทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่บ้านว่าเรื่องการรับรองการเกิดของเด็กที่เกิดในประเทศไทยเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของทางผู้ใหญ่บ้านที่ต้องรับรอง ส่วนนี้จึงทำให้เด็กที่เกิดในคลินิกแม่ตาวสามารถมาแจ้งเกิดกับทางเทศบาลท่าสายลวด เจ้าของพื้นที่ได้” คุณชญาภา สุบรรณพงษ์ เจ้าหน้าที่งานทะเบียนของทางอำเภอ ซึ่งเคยมีประสบการณ์การปฏิบัติงานในพื้นที่เทศบาลท่าสายลวดได้เล่าถึงการทำงานส่วนหนึ่งที่เป็นเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ผู้ใหญ่บ้าน ของหมู่บ้านท่าสายลวดกล้าที่จะออกใบรับรองการเกิดที่เรียกว่า ทร.1 ตอนหน้า ซึ่งเป็นเอกสารที่ผู้ปกครองต้องนำไปแจ้งเกิดให้กับลูกของตัวเองที่ทางเทศบาล ทำให้กับเด็กที่เกิดในแม่ตาวคลินิกสามารถแจ้งเกิดกับเทศบาลท่าสายลวดได้ นี่ดูเหมือนจะเป็นแนวทางการทำงานเพื่อหาทางออกร่วมกันเรื่องการจดทะเบียนการเกิดสำหรับเด็กที่เกิดในแม่ตาวคลินิก และเป็นแนวทางหนึ่งในการทำงานร่วมกัน ระหว่าง แม่ตาวคลินิกสถานพยาบาลที่ดูแลแรงงานข้ามชาติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านท่าสายลวดผู้นำอย่างเป็นทางการในชุมชน และเทศบาลท่าสายลวดผู้ดูแลพื้นที่ บนเงื่อนไขข้อตกลงที่มีการร่วมกันตั้งไว้

 

แม้จะมีข้อกฎหมายระเบียบที่เปิดโอกาสให้เด็กที่เกิดใหม่ทุกคนสามารถจดทะเบียนการเกิดได้โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องสถานะของพ่อแม่มาเป็นข้อจำกัด แต่จากการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรเอกชน International Rescue Committee (IRC) กับองค์กรชุมชน Committee for the Promotion and Protection of Child Rights on the Thai-Burma border (CPPCR) เรื่องการจดทะเบียนการเกิด จากการสรุปเมื่อเดือน สิงหาคม 2555 พบว่าในพื้นที่แม่สอด แม่ระมาดยังมีกลุ่มเด็กที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนการเกิด จำนวนกว่า 1,227 ราย โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ได้ดังนี้ คือ

 

  • เด็กที่เกิดในโรงพยาบาลแม่สอด มีหลักฐาน เป็นบัตรโรงพยาบาล หนังสือฝากครรภ์ และใบนัดฉีดวัคซีน ของทางโรงพยาบาล จำนวน 455 ราย
  • เด็กที่เกิดในโรงพยาบาล และถูกทอดทิ้ง จำนวน 3 ราย
  • เด็กที่มีใบรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลแม่สอด โรงพยาบาลแม่ระมาด และแม่ตาวคลินิก แต่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนการเกิดจำนวน 147 ราย
  • เด็กที่เกิดในหมู่บ้าน และผู้ใหญ่บ้านไม่ยอมลงชื่อรับรองการเกิดใน ทร.1 ตอนหน้า จำนวน 632 ราย

 

จากการทำงานร่วมกันของ IRC และ CPPCR พบว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อยที่แจ้งเกิดเกินกำหนด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นข้อจำกัดทำให้เด็กที่เกิดในแม่สอดและอำเภอใกล้เคียงเข้าไม่ถึงสิทธิ์ในการจดทะเบียนการเกิด และขั้นตอนในการแจ้งเกิดให้กับเด็กกลุ่มนี้ก็ทำได้ยาก เพราะ การเรียกร้องหลักฐานที่ทางหน่วยงานทะเบียนที่กำหนดไว้ว่าต้องมีพยานจำนวน 5 คน ซึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้รับรู้การเกิด ซึ่งอาจจะเป็นนายจ้าง หรือบุคคลทั่วไปที่มีความน่าเชื่อถือ และสุดท้ายข้าราชการ อย่างน้อยระดับ C3 ซึ่งทางผู้ปฏิบัติงานเห็นว่า สำหรับตัวแรงงานแล้ว การที่จะรู้จักข้าราชการ และขอร้องให้ข้าราชการมารับรองการเกิดของลูกให้นั้นเป็นเรื่องยากและดูเหมือนกับว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย[2]

 

จากสถานการณ์ในพื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการทำงานของทางหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางภาครัฐและเอกชน ที่ทำงานเพื่อจดทะเบียนการเกิดให้กับบุตรหลานของผู้มีปัญหาสถานะ และในขณะเดียวกันก็ยังพบว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ์ในการจดทะเบียนการเกิด จากข้อจำกัดต่าง ๆ ทั้งในส่วนตัวของผู้ประสบปัญหาเอง ความกังวลของตัวผู้ปฏิบัติงาน และระเบียบ ข้อกำหนดในการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้ข้ามผ่านข้อจำกัดเหล่านี้ การเห็นถึงความสำคัญของการจดทะเบียนการเกิดของผู้ประสบปัญหา การส่งเสริมของหน่วยงานทะเบียนในพื้นที่ และการสนับสนุนจากองค์กรเอกชน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อนำพาให้มหานครแม่สอดพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นมุ่งหวังเพื่อพัฒนาแกนนำผู้มีปัญหาสถานบุคคล (ผู้นำในชุมชน ครอบครัวผู้เด็กที่ยังไม่รับการจดทะเบียนการเกิด) เพื่อดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการการจดทะเบียนการเกิดในพื้นที่  พร้อมทั้งสร้างกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน พร้อมทั้งสนับสนุนและพัฒนากลไกให้เกิด “คณะทำงานจดทะเบียนการเกิด อำเภอแม่สอด” ที่ประกอบด้วย ผู้ปกครอง  ภาคประชาสังคม และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ประสานให้เกิดรูปแบบการดำเนินงานในระดับพื้นที่และเชิงนโยบาย และเร่งรัดเด็กที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนการเกิดที่เป็นบุตรแรงงานข้ามชาติ (แรกเกิด-5 ปี) ในพื้นที่อำเภอแม่สอด (4 ตำบล แม่สอด แม่ปะ ท่าสายลวด แม่ตาว) เข้าถึงทะเบียนการเกิด เพื่อเป็นมุ่งมหานครแม่สอดเมืองแห่งเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมแท้จริง

 

จากการประชุมหารือเชิงปฏิบัติการ “กาจดทะเบียนการเกิดสำหรับบุตรผู้มีปัญหาสถานบุคคล” เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2555 ที่ประกอบด้วยผู้แทนหลายภาคส่วน ทำให้ได้แนวทางการดำเนินงานพร้อมทั้งการออกแบบกระบวนการดำเนินงานร่วมกัน ในรูแบบคณะทำงานเร่งรัดจดทะเบียนการเกิดพื้นที่มาสอดเพื่อพลิกวิกฤตเป็นแนวทางโอกาสในการดำเนินการต่อไป



[1] ข้อมูลจากเวทีเร่งรัดจดทะเบียนการเกิดสำหรับเด็กผู้ปัญหาสถานบุคคล 27 กันยายน 2555  ณ โรงแรมควีนพาเลช อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

[2] อ้างอิงจากการเก็บข้อมูลเพื่อการดำเนินงานและการสัมภาษณ์องค์กรภาคีในพื้นที่