purchase cialis with mastercard
fast kamagra
cheap viagra free shipping
cialis prices
generic viagra canada pharmacy
best price for cialis 20mg
low cost viagra
cialis medicine
how to use viagra
real viagra
how much is viagra at walmart
Web Design & Hosting Support  by THAIIS Chiang Mai
2014001

ไขรหัสสาววาย ตัวตนที่อยู่เหนือขีดจำกัดของสังคม:นรุตม์ ศุภวรรธนะกุล

Filed under : ARTS > SOCIAL SCIENCE

“สำหรับผู้ที่หลงใหลเสน่ห์ของการ์ตูน คงมองข้ามกระแสความคลั่งการ์ตูนชายรักชายหรือ “การ์ตูนวาย” ในกลุ่มสาววัยรุ่นในสังคมไทยไปเสียไม่ได้ ในปัจจุบันกระแสชายรักชายไม่ได้จำกัดในกลุ่มคนรักการ์ตูนเท่านั้น แต่ได้ย่างเท้าเข้าสู่วงการบันเทิงและเล่นบทบาททางการตลาดมากขึ้น”

 

 

Why Y?: ไขรหัสสาววาย ตัวตนที่อยู่เหนือขีดจำกัดของสังคม

 

นรุตม์ ศุภวรรธนะกุล

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมไทยถือเป็นสังคมหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากต่างชาติอย่างมาก ไม่เฉพาะจากโลกตะวันตก แต่รวมไปถึงโลกตะวันออกด้วยเช่นกัน ตั้งแต่วัฒนธรรมจีน ไต้หวัน และ เกาหลีใต้ ที่ส่งอิทธิพลต่อรูปแบบการแต่งกาย การเลือกฟังเพลงและดูภาพยนตร์ จนไปถึงวัฒนธรรมการกินการดื่ม อย่างไรก็ตามเมื่อกล่าวถึงวัฒนธรรม “การ์ตูนอะนิเมะ” (Animation/ アニメ) และ “การ์ตูนมังงะ” (Comic Book-Manga/漫画) มาตุภูมิของกระแสวัฒนธรรมนี้คงไม่ใช่ที่ใดอื่น นอกไปจาก “ญี่ปุ่น”

 

สำหรับผู้ที่หลงใหลเสน่ห์ของการ์ตูน คงมองข้ามกระแสความคลั่งการ์ตูนชายรักชายหรือ “การ์ตูนวาย” ในกลุ่มสาววัยรุ่นในสังคมไทยไปเสียไม่ได้ ในปัจจุบันกระแสชายรักชายไม่ได้จำกัดในกลุ่มคนรักการ์ตูนเท่านั้น แต่ได้ย่างเท้าเข้าสู่วงการบันเทิงและเล่นบทบาททางการตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตามสังคมไทยกลับมีการพูดถึงที่มาที่ไปของกระแสนี้ไม่มากนัก บทความนี้จึงตั้งใจจะนำเสนอคำอธิบายเกี่ยวกับเบื้องหลังกระแสชายรักชายผ่านกรณีศึกษาของสังคมญี่ปุ่นซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกระแสนิยมนี้ ผมหวังว่าอย่างน้อยบทความนี้น่าจะให้คำตอบได้ว่า “ทำไมต้องวาย?”

 

เพศหญิงในสื่อของโลกชายเป็นใหญ่: โลกที่แสนเหนื่อยหน่ายและโสมม

เนื้อหาของสื่อกระแสหลักสำหรับผู้ชายในญี่ปุ่นตั้งแต่หนังสือการ์ตูนไปจนถึงภาพยนตร์ลามกนั้นสะท้อนให้เห็นค่านิยมชายเป็นใหญ่ของสังคมญี่ปุ่นได้อย่างดี บทบาทหลักๆของผู้หญิงในสื่อสำหรับผู้ชายมักถูกนำเสนอออกมาใน 3 รูปแบบ คือ

 

1) วัตถุทางเพศ: สื่อเฉาะกลุ่มดังกล่าวได้นำเสนอเพศสัมพันธ์ผ่านความรุนแรงหลายรูปแบบ ตั้งแต่การมัดมือมัดเท้า การด่าทอ การทำร้ายร่างกาย ไปจนถึงการข่มขืน และผู้หญิงมักเป็นฝ่ายรองรับความรุนแรงเหล่านั้น (หน้าที่ 59) มีเพียง “บุคคล” (ผู้ชาย) ฝ่ายกระทำเท่านั้นที่จะมีความพึงพอใจจากเพศสัมพันธ์ได้ ในขณะที่ “วัตถุ” (ผู้หญิง) ไม่คู่ควรที่จะรู้สึกมีความสุข ทำได้เพียงแสดงความรู้สึกเจ็บปวดออกมาและต้องเก็บความพึงพอใจไว้ในใจเท่านั้น (หน้า 126) ภาพนี้จะเห็นได้ชัดในสื่อลามกของญี่ปุ่นทั่วๆไป ซึ่งตรงกันข้ามกับสื่อลามกของโลกตะวันตก (หน้าที่ 60) ที่ต้องการนำเสนอว่าเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ผู้ชายเติมเต็มผู้หญิงและผู้หญิงจะมีความสุขทางเพศไม่ได้เลยถ้าขาดผู้ชาย

 

2) นางมาร: ในทางตรงกันข้ามผู้หญิงที่สนใจและช่ำชองในเรื่องเพศ มักถูกนำเสนอในฐานะปีศาจร้ายที่บงการเหยื่อผู้ชายที่วิ่งเข้าหาพวกเธอเพราะควบคุมความต้องการทางเพศของตัวเองไม่ได้ (หน้าที่ 60) แม้มีเสน่ห์แต่กลับแฝงไว้ด้วยความลึกลับและอันตราย ผู้หญิงกลุ่มนี้จะมีความสุขหรือไม่แยแสที่จะรองรับความรุนแรงทางเพศจากผู้ชาย (หน้าที่ 62) และเป็นฝ่ายที่จะใช้เพศสัมพันธ์ในฐานะเครื่องหาความสุขและผลประโยชน์ให้ตนเองเท่านั้น

 

3) ภรรยา/แม่: บทบาทสุดท้ายที่จะปลดพันธนาการของผู้หญิงจากการเป็นวัตถุทางเพศโดยสิ้นเชิง (หน้าที่ 63) สื่อกระแสหลักจำนวนมากนำเสนอตัวเอกฝ่ายหญิงในฐานะ ผู้ที่ให้การสนับสนุนและปลอบใจพระเอก เป็นผู้ถือกำเนิดทายาทที่ล้ำค่าให้กับเขา ให้การสนับสนุนปรนนิบัติด้านต่างๆ และพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการทางเพศของตัวเอกได้ เพศสัมพันธ์กลายเป็นรางวัลหรือสิ่งปลอบใจที่ผู้ชายหาได้เสมอจาก ภรรยาของเขา ในขณะเดียวกันขนาดของหน้าอกถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของตัวละครฝ่ายหญิง (หน้าที่ 63) บ่อยครั้งที่เราจะเห็นว่าขนาดหน้าอกที่เล็กของนางเอกในการ์ตูนหลายเรื่องมาพร้อมกับความบ้าพลังและการขาดความมั่นใจ ในทางตรงกันข้ามตัวละครฝ่ายหญิงที่มีความอ่อนโยนมากกว่า มีวุฒิภาวะมากกว่า กลับ “บังเอิญ” มีขนาดหน้าอกที่ใหญ่กว่า ตอกย้ำให้เห็นว่าผู้หญิงที่มีร่างกายที่พร้อมจะเป็นภรรยาและแม่คือต้นแบบของความน่าปรารถนาและความสมบูรณ์แบบ

 

โดยสรุปแล้วผู้หญิงในสื่อของสังคมชายเป็นใหญ่นั้นถูกแบ่งออกเป็น สาวโสด (วัตถุหรือปีศาจ) และผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้ว (ภรรยาและแม่) (หน้าที่ 63) ผู้หญิงที่ไม่มีเจ้าของไม่ต่างอะไรจากวัตถุที่ผู้ชายคนไหนก็ได้มีสิทธิที่จะระบายความใคร่กับวัตถุชิ้นนั้น แต่ถ้าหากพวกเธอมีแสวงหาประโยชน์จากเพศสัมพันธ์และไม่ยอมเป็นทรัพย์สินของผู้ชายคนใดคนหนึ่ง เธอจะกลายเป็นหญิงไร้ยางอายที่เป็นภัยต่อผู้ชายและสังคม ด้วยสาเหตุนี้ชะตาชีวิตได้ขีดไว้แล้วว่าผู้หญิงจะปลอดภัยและคู่ควรต่อการเคารพได้ก็ต่อเมื่อเป็นภรรยาและแม่เท่านั้น

 

โลกของชายรักชาย: ความงาม ความฝัน และ การหลบหนี

ความงามที่ไร้กฎเกณฑ์: 美少年 (บิ-โช-เน็น หรือ ชายหนุ่มรูปงาม) ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการ์ตูนชายรักชาย ความงามแบบ androgyny หรือความงามที่ผสมผสานความเป็นชายและหญิงเข้าด้วยกัน ผิดกับภาพของตัวเอกในการ์ตูนของผู้ชายโดยทั่วไป บิโชเน็นคือชายหนุ่มที่มีความงามไม่ต่างจากสตรีเพศ ไม่ใช่ตัวละครที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ความก้าวร้าว และหื่นกามตลอดเวลา กระแสความคลั่งของต้นแบบบิโชเน็นไม่ได้จำกัดแค่ในการ์ตูนเท่านั้น แต่กระจายไปสู่วงการบันเทิงมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากรูปแบบการแต่งตัวของวงร็อคหรือบอยแบนด์ของญี่ปุ่น ไต้หวัน และ เกาหลีใต้ที่ผสมผสานความเป็นชายและหญิงเข้าด้วยกัน และบ่อยครั้งบุคลิกของศิลปินเหล่านี้ถูกนำเสนอให้มีความสำอางกว่าค่านิยมของผู้ชายทั่วไปในสังคม

 

ความชื่นชอบความงามที่อยู่เหนือคำว่าชายหรือหญิงไม่ได้ถูกแสดงออกผ่านความหลงใหลต่อชายหนุ่มรูปงามเท่านั้น แต่รวมไปถึงความชื่นชอบต่อหญิงสาวที่เล่นบทบาทเป็นผู้ชายด้วยเช่นกัน (หน้าที่ 68) ผมเชื่อว่าความพยายามที่จะทำลายกรอบของคำว่า “ชาย” และ “หญิง” ยังถูกแสดงออกผ่านวัฒนธรรมย่อยอื่นๆ เช่น การแต่งกายเป็นตัวละครเพศชายหรือเพศหญิงที่ทำตัวเหมือนผู้ชายในงานคอสเพลย์ของสาวมัธยม (コスプレ – cos[tume] play) และอาจรวมไปถึงการที่สาวมัธยมแต่งกายตามกลุ่มศิลปินชายที่ตนเองยกให้เป็นต้นแบบด้วยเช่นกัน

 

ความฝันที่ไร้ขีดจำกัด: “ดินแดนอื่น” ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักของการสร้างเนื้อเรื่องของการ์ตูนชายรักชายสำหรับผู้หญิง ผู้เขียนการ์ตูนชายรักชายจำนวนไม่น้อยได้กำหนดให้ดินแดนในนิยาย ดินแดนในยุคอื่น หรือ ดินแดนในต่างประเทศ เป็นฉากหลักของเรื่อง (หน้าที่ 65) ซึ่งตัวละครดำเนินเรื่องย่อมไม่ใช่บุคคลในโลกของความเป็นจริง สะท้อนให้เห็นความรู้สึกต่อต้านสังคมที่ผู้อ่านกำลังอาศัยอยู่ (หน้าที่ 76) แต่ก็มีการ์ตูนอีกหลายเรื่องที่ได้ใช้ฉากของโลกที่ดูสมจริงมากขึ้น อย่างโรงเรียนชายล้วนที่นำเสนอความรักระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง ที่ดูเหมือนว่าน่าจะเกิดขึ้นจริงได้บ้าง อย่างไรก็ตามการดำเนินเรื่องสถานการณ์ต่างๆถูกเรียบเรียงออกมาในเชิงอุดมคติ (หน้าที่ 66) เช่น ตัวละครสองตัวต้องฝ่าฟันอุปสรรค ความไม่เข้าใจกัน การมีคู่แข่งทางใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ แต่ท้ายที่สุดทั้งสองคนจะต้องลงเอยกันด้วยดี เหตุการณ์ต่างๆถูกจัดเรียงเพื่อสนับสนุนความรักของชายทั้งสองให้ประสบความสำเร็จในตอนจบ

 

องค์ประกอบของความไม่สมจริงนั้น ผมเชื่อว่ามีความสอดคล้องกับกระแส “คู่จิ้น” ที่เป็นบุคคลจริงๆได้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้สมาชิกในวงบอยแบนด์ หรือคู่ชายรักชายในโลกไซเบอร์จะเป็นบุคคลที่มีตัวตน แต่เส้นแบ่งของโลกมายาหรือโลกไซเบอร์กับโลกความเป็นจริงนั้นถูกขีดไว้อย่างชัดเจน ในกรณีของสมาชิกบอยแบนด์หรือผู้เข้าประกวดบนเวทีการร้องเพลง แม้จะมีกระแสการจับคู่พวกเขากับผู้ชายด้วยกัน แต่พวกเขาจะต้องไม่แปดเปื้อนกับข่าว “การเป็นเกย์” ซึ่งอาจกระทบต่อชื่อเสียงในวงการบันเทิงได้ พวกเขาจะแยกแยะว่าการหยอกล้อคือการแสดงเพื่อเอาใจแฟนคลับเท่านั้น ซึ่งจะผิดกับผู้ที่ออกมายอมรับรสนิยมทางเพศของตัวเองอย่างชัดเจน แม้พวกเขาจะได้รับการยอมรับในเรื่องความสามารถ แต่การปฏิบัติต่อคนกลุ่มหลังนี้มักถูกแสดงออกผ่าน “ความเอ็นดู” หรือ “ความเคารพ” มากกว่าจะเป็น “ความคลั่งใคล้” ที่สาวแรกรุ่นมีต่อไอดอลของพวกเขา

 

ในขณะที่คู้จิ้นบนโลกไซเบอร์นั้น แม้จะเป็นความรักระหว่างผู้ชายสองคนจริงๆ แต่ภาพส่วนใหญ่ที่ถูกนำเสนอนั้น มักเป็นเรื่องราวและกิจกรรมน่ารัก กุ๊กกิ๊ก สดใสระหว่างคนสองคน ซึ่งผมเชื่อว่าเหตุผลเบื้องหลังของผู้ที่ติดตามคู่รักบนโลกไซเบอร์นั้นไม่แตกต่างจากการที่คนติดตามดูละครบนโทรทัศน์มากนัก ภาพชวนฝันบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เหมือนตู้ปลาเล็กๆ ที่ทำให้ลืมโลกความจริงสักพัก คงไม่มีใครที่ติดตามคู่จิ้นเพื่อหวังว่าชายสองคนจะเลิกกันในไม่ช้า แฟนคลับคงหวังเพียงว่าพวกเขาจะได้เห็นสองคนนี้รักกันและแบ่งปันความรักให้พวกเขาได้เห็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ

 

การหลบหนจากชะตากรรมอันแสนโหดร้าย: ในโลกที่ความงามของผู้หญิงคือการทรมานตัวเองอย่างไม่รู้จบ และ ความรักคือความเสี่ยงต่อความล้มเหลว โลกของชายรักชายจึงเปรียบเสมือนเส้นทางการหลบหนีของผู้หญิงหลายคน

 

อาจมีการตั้งคำถามว่าทำไมผู้หญิงถึงรู้สึกผูกพันกับตัวละครแบบบิโชเน็นทั้งๆ ที่ต้นแบบนั้นเป็นเพศชาย เหตุผลอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าผู้หญิงเหล่านั้นอยากที่จะเป็นผู้ชาย แต่ตัวต้นแบบบิโชเน็นนั้นคือสัญลักษณ์ของการต่อต้านบทบาทของผู้หญิงที่สังคมพยายามยัดเยียดให้พวกเขา (หน้าที่ 72) บิโชเน็นจึงไม่เหมือนเกย์ในโลกความเป็นจริงอย่างที่หลายคนเข้าใจ (หน้าที่ 76) แม้ร่างกายจะเป็นเพศชายแต่จิตใจและความรู้สึกนั้นมีความคล้ายคลึงกับผู้หญิงอย่างมาก บิโชเน็นจึงเป็นพื้นที่สีเทาที่ผู้หญิงสามารถรักษาหัวใจของตนเองไว้และทิ้งตราบาปที่ถูกผูกกับร่างกายตนไปได้ในเวลาเดียวกัน ผมเดาว่าความชอบต่อต้นแบบบิโชเน็นอาจอธิบายได้ว่าทำไมผู้หญิงหลายคนจึงตามหาผู้ชายที่ดูอ่อนโยนและสำอางมากกว่า เพราะ พวกเธออาจจะเชื่อว่าผู้ชายเหล่านั้นน่าจะเข้าอกเข้าใจและอบอุ่นกว่าผู้ชายทั่วๆ ไป

 

ความรักระหว่างชายกับชายในการ์ตูนสำหรับผู้หญิงนั้นจึงถูกนำเสนอให้มีความบริสุทธิ์มากกว่าความสัมพันธ์ชายหญิง เพราะความรักแบบนี้อยู่เหนือแรงกดดันของการทำหน้าที่เป็นกุลสตรี ภรรยา และแม่ตามที่สังคมคาดหวังไว้ (หน้าที่ 73) ความรักระหว่างผู้ชายในสายตาผู้หญิงนั้นจึงดูเป็นความรักเดียวที่ทั้งสองคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน (หน้าที่ 81) และแม้ตัวละครฝ่ายหนึ่งจะเล่นบทบาททางเพศในฐานะผู้ถูกกระทำ แต่กลับทำให้ผู้อ่านที่เป็นผู้หญิงรู้สึกถึงแรงกดดันทางเพศน้อยกว่า เพราะฉากร่วมรักนั้นเป็นการกระทำของเพศชายต่อเพศชายเท่านั้น เพศหญิงคือผู้สังเกตการณ์และไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ถูกกระทำเช่นเดียวกับเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อกระแสหลัก (หน้าที่ 71)

 

เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้งแล้วการ์ตูนชายรักชายสำหรับผู้หญิงนั้น แตกต่างจากวิถีชีวิตของชายรักชายอยู่มาก การ์ตูนชายรักชายที่มุ่งไปที่ผู้บริโภคเพศชายนั้นมีรูปแบบเนื้อหาและตัวละครที่แตกต่างจากการ์ตูนของผู้หญิงอย่างสิ้นเชิง (หน้าที่ 78) ในขณะที่การ์ตูนของผู้หญิงมุ่งไปที่โลกในจินตนาการที่ความรักของชายหนุ่มรูปงามคงอยู่ชั่วนิรันดร์ สื่อสำหรับชายรักชายนั้นกลับมุ่งไปที่จุดประสงค์ในเรื่องของความใคร่หรือความสุขทางเพศมากกว่าความยืนยาวของความสัมพันธ์ (หน้าที่ 125) ต้นแบบของสื่อสำหรับผู้ชาย ยังมีความหลากหลายมากกว่า โดยอิงกับรสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม (หน้าที่ 119) นอกจากชายวัยนักศึกษา และ พนักงานออฟฟิศแล้ว การ์ตูนสำหรับผู้ชายยังมีต้นแบบของ ชายมีอายุ ชายร่างท้วม ชายขนดก ชายหุ่นนักกีฬาร่างบึกบึน ซึ่งถือเป็นกลุ่มตัวละครที่จะไม่พบในโลกจินตนาการของผู้หญิง

 

การ์ตูนวายที่ถูกสร้างโดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิงนั้นใช้ความรักระหว่างผู้ชายในฐานะทางออกต่อแรงกดดันในสังคม ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิทธิหรือประเด็นการเมืองของกลุ่มชายรักชายโดยตรง (หน้าที่ 81) ในทางตรงกันข้ามมันกลับใกล้ชิดกับประเด็นสิทธิผู้หญิงมากกว่า และสะท้อนให้เห็นความเหนื่อยหน่าย ความอึดอัดของผู้หญิงในสังคมชายเป็นใหญ่ แม้หญิงสาวในประเทศไทยอาจได้รับแรงกดดันที่แตกต่างจากผู้หญิงในประเทศญี่ปุ่น แต่การที่เด็กสาวมัธยมจำนวนไม่น้อยคลั่งไคล้ความรักระหว่างชายหนุ่มอาจกำลังสะท้อนให้เราเห็นว่า หน้าที่ของกุลสตรีไทยหรือหญิงสาวยุคใหม่ที่สวยใสไร้ที่ติ คงไม่ใช่เส้นทางสำหรับผู้หญิงทุกคน มันอาจกำลังทำให้เด็กสาวหลายคนรู้สึกว่าความคาดหวังเหล่านี้เป็นอะไรที่มากเกินไปสำหรับพวกเขา ผนวกกับการที่จริงๆพวกเขารับรู้ว่าผู้ชายที่เข้าอกเข้าใจ อบอุ่น และปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเท่าเทียมอาจจะมีแต่ในนิยายเท่านั้น

 

ก่อนที่จะจบบทความนี้ ผมขอทิ้งข้อสังเกตที่น่าหดหู่ในสังคมญี่ปุ่นไว้ ซึ่งผมคิดว่าอาจมีความคล้ายคลึงกับกระแสสาววายในสังคมไทย คือ คนในสังคมญี่ปุ่นเชื่อว่ากระแสการ์ตูนชายรักชายนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะ 1) การ์ตูนเป็นโลกแห่งจินตนาการ และ 2) งานสร้างสรรค์ของผู้หญิงไม่คู่ต่อการให้ความสำคัญ (หน้าที่ 56-57) ซึ่งอาจเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าจะหนีไปทางใด ท้ายที่สุดผู้หญิงคือผู้หญิงวันยังค่ำ ไม่มีทางหนีชะตากรรมของตนเองไปได้ ต่อให้พยายามต่อต้านผ่านการเขียนนิยายหรือการ์ตูนก็ไร้ซึ่งประโยชน์ ในเวลาเดียวกันหนึ่งในข้อสังเกตคือ เราจะพบว่าส่วนใหญ่กระแสชายรักชายแพร่หลายในหมู่เด็กสาววัยรุ่นเท่านั้น (หน้าที่ 64) แล้วเกิดอะไรขึ้นกับสาววายที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่?

 

ในฐานะที่ผมได้มีโอกาสพบสาววายในรุ่นของผมหลายคน และมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของพวกเขาที่ก้าวเข้าสู่สาววัยทำงาน มันทำให้ผมถามตัวเองว่ากระแสสาววายเป็นการหลบหนีและการดื้อแพร่งเพียงชั่วคราวของเด็กวัยรุ่นเท่านั้นหรอกหรือ? ความรักระหว่างผู้ชายที่จีรังยั่งยืนคงเป็นได้แค่เนื้อเรื่องในโลกสมมติของผู้หญิงเท่านั้นหรือเปล่า? หรือความปรารถนาที่จะใช้ชีวิตอิสระจากคำว่า “ภรรยา” และ “แม่” ของผู้หญิงก็คงจะเป็นแค่ฝันกลางวันไม่ต่างจากการ์ตูนเล่มหนึ่งเท่านั้น? แล้วคุณละครับ ในวันที่คุณวางมือจากการ์ตูนวาย ละทิ้งผมซอยสีแสบๆและหันมาทำผมดัดรอนสีน้ำตาลประกายทอง ทิ้งกางเกงยีนส์ขาดๆสีดำและหันมาใส่ชุดกระโปรงลายดอกเล็กๆเต็มตัว ใส่รองเท้าส้นสูงแทนรองเท้าผ้าใบเท่ๆ เวลาที่คุณส่องกระจก พวกคุณเคยลองมองย้อนกลับไปหาตัวเองในช่วงมัธยมและถามตัวเองในตอนนี้บ้างหรือเปล่าว่า ในอดีตที่ผ่านมา “ทำไมฉันต้องวาย?”

 

อ้างอิง

McLelland, Mark J., (2000). Male Homosexuality in Modern Japan: Cultural Myths and Social Realities. Curzon. Richmond, England

 

 

 

ภาพชุดที่ 1:  1) เคียวยามะ แอนนา จาก ราชันย์แห่งภูติ 2) ฮารุโนะ ซากุระ จาก นินจาจอมคาถา นารูโตะคากุระซากะ และ 3) อาซึนะ จาก คุณครูจอมเวท เนกิมะ!

ตัวอย่าง สาวทรงเล็กซึ่งมักจะกระโดกกระเดก ขาดความเป็นกุลสตรี เข้าใจยาก เอาแต่ใจ ใช้ความรุนแรงกับตัวเอกฝ่ายชายเป็นกิจวัตร แต่กลับมีปมด้อยและความไม่มั่นใจในตัวเอง ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของ “สาวแรกรุ่น” ในสื่อการ์ตูนทั่วๆไป ตัวละครบางตัวมีวิวัฒนาการไปตามเนื้อเรื่อง โดยมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย (หน้าอก) และเสื้อผ้าที่ดูเป็นผู้หญิงเต็มตัวมากขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับการมีวุฒิภาวะ ความเข้าอกเข้าใจต่อโลก และความสามารถเฉพาะตัวที่เชี่ยวชาญขึ้น

 

 

 

ภาพชุดที่2:  มิกะ นากาชิม่า (中島美嘉) ในบทบาทของโอซากิ นานะ (大崎 ナナ) จากภาพยนตร์อิงหนังสือการ์ตูนเรื่อง “นานะ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งตัวละครผู้หญิงที่ฉีกภาพเดิมๆของผู้หญิงอย่างสิ้นเชิง และได้รับความนิยมในฐานะต้นแบบการแต่งคอสเพลย์ ประมาณปี ค.ศ. 2005 ซึ่งเป็นเวลาที่ภาพยนตร์ออกฉาย

 

 

 

 

 

ภาพชุดที่ 3: หนึ่งในตัวอย่างของความแตกต่างของลายเส้นและลักษณะของตัวละคร ระหว่างการ์ตูนชายรักชายแบบผู้หญิง (ซ้าย) และชายรักชายแบบผู้ชาย (ขวา) โดยทั่วไปการ์ตูนสำหรับผู้หญิงสนใจตัวละครแบบอุดมคติที่งดงามสง่าและอ่อนโยน ในขณะที่การ์ตูนสำหรับผู้ชายมุ่งเน้นไปที่ความสมจริงของร่างกายผู้ชายมากกว่า เช่น กล้ามเนื้อ และ หนวดเครา เป็นต้น