


บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ลำดับที่ 608 หัวเรื่อง
บทสัมภาษณ์ ดร.วัน กาดีร์ เจ๊ะมัน คัดลอกมาจาก
นสพ.มติชน
วันที่ 21-22 มิถุนายน 2548
บทความบริการฟรี
ม.เที่ยงคืน
The
Midnight 's article

Website
ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สร้างขึ้นมาเพื่อผู้สนใจในการศึกษา
โดยไม่จำกัดคุณวุฒิ
หากต้องการติดต่อกับ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ส่ง mail ตามที่อยู่ข้างล่างนี้
midnight2545@yahoo.com


คลิกไปหน้า homepage มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

รัฐศาสตร์ไทยกับประชาชนชายขอบ
บทสัมภาษณ์
ดร.วัน กาดีร์ เจ๊ะมัน ประธานเบอร์ซาตู
คัดลอกมาจาก
นสพ.มติชนรายวัน
ฉบับวันที่ 21-22 มิถุนายน 2548
หมายเหตุ : บทความชิ้นนี้ได้นำเอารัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2540
หมวดที่ว่าด้วย การปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่มาตรา 282-290 มารวมไว้
เนื่องจากมีการอ้างถึงในบทสัมภาษณ์
เผยแพร่บนเว็ปไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่
๗ กรกฎาคม ๒๕๔๘
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ 11.5 หน้ากระดาษ A4)
ถาม : ปัตตานีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเงียบสงบ
แต่ตอนนี้เราได้เห็นเหตุการณ์รุนแรงกลับมาทั่วไปหมดอีกครั้ง สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ตอบ : ผมไม่เคยเชื่อว่าเรามี "สันติ"
ที่แท้จริงในพื้นที่นั้น และในห้วงเวลาเดียวกันทั้งนโยบายและวิธีการของรัฐบาลไทยในกรุงเทพฯ
ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน. 10 ปีที่เงียบไปนั้นจริงๆ แล้วเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนต่างๆ
ซึ่งนิยมแนวทางรุนแรงใช้เป็นเวลาสำหรับการฝึก เมื่อ 10 ปีก่อน ตอนที่มีการเผาโรงเรียนมากกว่า
30 โรง โดยฝีมือของกลุ่มติดอาวุธ บรรดาผู้นำของกลุ่มเหล่านี้อ้างกับผมเป็นการส่วนตัวว่า
ในช่วงเวลา 10 ปี พวกเขาจะยกระดับความรุนแรงให้สูงขึ้นไปสู่ระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตอนนี้อีก 10 ปีให้หลัง
เราได้เห็นความรุนแรงกลับมาในพื้นที่ ผมเชื่อว่าสิ่งที่เราเห็นอยู่นี้เป็นผลจากการฝึกและการเตรียมการระยะยาวที่ว่านั้น
กลุ่มเหล่านี้คือกลุ่มที่ไม่เคยเห็นพ้องกับข้อเสนอที่ว่าเราสามารถเปิดการเจรจาอย่างเปิดเผยกับรัฐบาลไทยได้
และไม่เคยยกเลิกจับอาวุธขึ้นสู้อย่างแท้จริง
นายฟาริช เอ. นูร์ ผู้สัมภาษณ์
ถาม :
ถ้าหากความรุนแรงเลวร้ายลง และกำลังจะขยายตัวลุกลามออกไป อะไรคือความผิดพลาดในอดีตที่ผ่านมา
เมื่อเร็วๆ นี้ที่ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงถึงขนาดนั้น? บทบาทของรัฐบาลในเรื่องเหล่านี้คืออะไร?
ตอบ : อย่างที่พูดไปแล้ววิธีการและยุทธศาสตร์ของชนชั้นนำทางการเมืองและการทหารของไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลงจริงๆ
เอาแค่มองกรณีตากใบที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ที่มีคน 86 คน เสียชีวิตเมื่อถูกยัดทะนานอยู่ในรถบรรทุกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กรณีนั้นเป็นเพียงแค่การชุมนุมประท้วงที่เลยเถิดควบคุมไม่ได้แค่นั้นเอง แต่ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องใช้วิธีการกดขี่ข่มเหงกันในระดับนั้น
ซึ่งผลของมันก็คือ ยิ่งก่อให้เกิดความเกลียดชังและความโกรธในหมู่ประชาชนมากขึ้นไปอีก
รัฐบาลไทยเชื่อและยังคงเชื่อว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนสร่างซาลง และหายสาบสูญไปแล้ว และยังมีความเชื่อผิดๆ ที่ว่าขบวนการแบ่งแยกดินแดนไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน และคิดว่าการมีส่วนร่วมทางการเมืองในส่วนของชาวมุสลิมปัตตานีนั้น หมายถึงการสิ้นสุดของยุคแห่งการจับอาวุธสู้ นอกจากนั้นยังมีความเชื่อด้วยว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนสามารถ "ซื้อ" ได้โดยใช้โครงการพัฒนาต่างๆ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่เคยปรากฏเป็นความจริงขึ้นมา
แต่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนนั้นไม่อาจกำจัดได้ เนื่องเพราะนี่เป็นประเด็นทางการเมืองเชิงวัฒนธรรม องค์ประกอบในทางประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ วัฒนธรรมและศาสนาเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลไทยรู้สึกเสมอว่านี่เป็นปัญหาของการผสมผสานทางเชื้อชาติ และคนมาเลย์จะต้องถูกกลืนเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันในระบบและ "ทำให้เป็นคนไทย" อย่างที่พูดกัน แต่คนมาเลย์ในปัตตานีตระหนักว่าพวกเขาไม่ใช่คนต่างถิ่น และตระหนักว่าดินแดนนี้ถูกครอบงำเป็นอาณานิคม โดยคนไทยซึ่งเนื้อแท้แล้วก็คืออำนาจต่างชาติ
สำคัญยิ่งกว่าก็คือ หนุ่มสาวปัตตานีในทุกวันนี้ดูเหมือนจะผูกพันเข้ากับการเมืองเชิงวัฒนธรรมที่มีพื้นฐานทางศาสตร์มากยิ่งขึ้นทุกที ระหว่างที่ผมเป็นหนุ่ม ผู้คนในยุคของผมเป็นพวกชาตินิยม นี่คือแก่นสำคัญของ(ขบวนการเมื่อ)ทศวรรษ 1970 แต่ทุกวันนี้มีการลุกฮือขึ้นต่อต้านจากบรรดามุสลิมทั่วโลก ทำให้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนได้รับแนวความคิดเชิงศาสนาเพิ่มมากขึ้น และเราก็เห็นพวกอิสลามิสต์ทำงานกับพวกเนชั่นแนลลิสต์ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม พูดอีกอย่างก็คือ ลัทธิแบ่งแยกดินแดนในปัตตานีที่แข็งแกร่งมากขึ้นในทุกวันนี้ เป็นเพราะการผสมผสานกันระหว่างแนวคิดเรื่องศาสนาและการเมืองเข้าด้วยกัน
ถาม :
แนวนโยบายของรัฐบาลทักษิณในปัจจุบันมีผลกระทบต่อทุกสิ่งอย่างไร?
ตอบ : ความผิดพลาดของ(พ.ต.ท.) ทักษิณ (ชินวัตร-นายกรัฐมนตรี)
เป็นความผิดพลาดเชิงยุทธวิธีและแสดงให้เห็นถึงความกระด้าง ไม่ละเอียดอ่อนของเขา
เขาทำหลายอย่างผิดพลาดในพื้นที่ที่นั่น ทักษิณเดินทางไปเยือนปัตตานีแค่ 2
ครั้ง และทั้งสองคราวเขาแทบไม่เคยแสดงความห่วงใยต่อมุสลิมในปัตตานี ทั้งๆ
ที่พูดกันจริงๆ แล้วเขาเข้ามายังพื้นที่ของเรา พื้นที่ของมาเลย์
แล้วอะไรคือสิ่งที่ทักษิณทำตอนที่เขาอยู่ในปัตตานี? เขาเคยไปเยี่ยมชุมชนมุสลิมหรือพูดจากับบรรดาผู้นำของเราหรือไม่? เขาเคยไปเยี่ยมหมู่บ้านต่างๆ เพื่อได้เห็นกับตาว่าคนเหล่านั้นยากจนอย่างไร และเคยถามหรือไม่ว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือพวกเขาได้ยังไงบ้าง?
ไม่ ไม่เคย เขากลับไปเยี่ยมเยียนวัดพุทธที่นั่น และกระทั่งยังนอนที่นั่นอีกต่างหาก เขาพูดเกี่ยวกับลัทธิชาตินิยมของไทย-พุทธ และพูดถึงว่าเอกลักษณ์แห่งวัฒนธรรมไทยคืออย่างไร และอะไรควรจะเป็นรากฐานของการเมืองของชาติไทย แต่ไม่เคยทำอย่างเดียวกันนี้ในพื้นที่มุสลิม-มาเลย์ และไม่เคยใส่ใจกับความอ่อนไหวของพวกเราเลยแม้แต่น้อย
ทำไมพวกเราชาวมาเลย์ถึงควรจะกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมไทย เรียนรู้ภาษไทย กินและแต่งกายเหมือนคนไทย เมื่อจริงๆ แล้วเราอยู่อาศัยในดินแดนของเราเอง และในดินแดนที่เป็นของพ่อของปู่ของเรา? ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เป็นดินแดนของมาเลย์เสมอมายาวนาน ตราบเท่าที่สามารถสืบสาวประวัติศาสตร์ไปถึง และเป็นมากระทั่งก่อนที่จะมีการก่อร่างสร้างกรุงเทพฯด้วยซ้ำไป กระนั้นประวัติศาสตร์ของเราก็ถูกละเลยและลบทิ้งไป ในขณะที่ทักษิณกลับมาเน้นย้ำความจำเป็นที่เราจะต้องกลมกลืนเข้ากับกระแสหลัก - กระแสหลักของสังคมไทยที่ไม่เคยรับเอาเราเข้าไปใคร่ครวญพิจารณาเลยแม้แต่น้อย
ถาม : การดูดกลืนที่ว่ามีขอบเขตแค่ไหนและเป็นไปอย่างไร?
ตอบ : นโยบายที่เรียกว่า "ทำให้เป็นไทย"
นี้ย้อนหลังกลับไปได้หลายศตวรรษ และเราถูกกำชับเป็นมาเวลายาวนานว่า เราไม่สามารถแม้แต่จะพูดภาษามาเลย์ของพวกเราเองได้
หรือแม้แต่จะใช้คัมภีร์คำสอนของมาเลย์เอง แต่ในปัตตานีก็ยังมีโรงเรียนจีนที่มีการสอนภาษาจีน
และใช้ตำรับตำราภาษาจีนในการสอน ในแต่ละเมืองหลวงของมณฑลปัตตานี ยะลา นราธิวาส
อย่างน้อยต้องมีโรงเรียนจีนอยู่หนึ่งโรงที่ใช้ภาษาจีนสอน ถ้าหากคนจีนได้รับอนุญาตให้มีสำนึกเชิงเอกลักษณ์แห่งวัฒนธรรมของตัวเองได้
ทำไมเราถึงทำไม่ได้?
คุณจะเห็นว่าเราไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษอะไรเลย แล้วเราก็ไม่ได้พูดด้วยว่ามีความวิเศษวิโสเหนือกว่าคนไทย เราเพียงแต่ต้องการการยอมรับคนของเรา อย่างที่พวกเขาควรจะเป็น ยอมรับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเราด้วย นี่หรือคือภัยคุกคามต่อรัฐไทยหรือ(ความเป็น)ชาติไทย? ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ เราเพียงแค่เรียกร้องขอการยอมรับและความนับถือ ซึ่งเป็นพื้นฐานของสังคมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติทั่วๆ ไปและเป็นไปได้ในสังคมประชาธิปไตย
ถาม :
หลังเกิดเหตุ 11 กันยายน กลุ่มแบ่งแยกดินแดนหลายกลุ่มทั่วโลกถูกตีตราว่าเป็นกลุ่ม
"ผู้ก่อการร้าย" โดยรัฐบาลของพวกเขา บางครั้งเป็นการทำไปเพื่อได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากตะวันตก
บางครั้งเป็นไปเพื่อสร้างความชอบธรรมในทางกฎหมาย ให้กับการดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมของพวกคุณอย่างไรบ้าง?
ตอบ : จริงๆ โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่คิดว่ารัฐบาลทักษิณใช้การตีตรา
"ผู้ก่อการร้าย" ต่อพวกเขามากมายนักจนถึงตอนนี้ แต่นี่อาจเปลี่ยนไปก็ได้ในภายหลัง
แต่ตอนนี้พวกเขาดูเหมือนมีเจตนาจะประณามเราเป็นแค่ภัยคุกคามในท้องถิ่นและเป็นปัญหาภายใน
การต่อสู้ในสายตาของเขาอย่างน้อยที่สุดเป็นการก่อกบฏเท่านั้นเอง พวกนี้กล่าวหาเราบ่อยครั้งมากกว่าว่าเป็นพวก
"ไม่รักชาติ" และไม่มีความเป็นชาตินิยมในทรรศนะของพวกเขา แต่น้อยครั้งที่เราจะถูกตราว่าเป็นภัยจากกลุ่ม
"ผู้ก่อการร้าย"
เหตุผลที่ว่าทำไมทักษิณถึงระมัดระวังนั้น ผมรู้สึกว่าเป็นเพราะไทยยังคงอยู่ในช่วงฟื้นฟูจากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2541 และรัฐบาลไทยรู้ดีว่าเศรษฐกิจเปราะบางอย่างไร ในหลายๆ ส่วนของประเทศเศรษฐกิจในท้องถิ่นขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวและรายได้จากชาวต่างชาติ ทั้งจากกลุ่มนักท่องเที่ยวของชาติอาเซียนและนักท่องเที่ยวตะวันตก
ถ้าหากทักษิณเล่นไพ่ "ผู้ก่อการร้าย" ผลกระทบโดยทันทีก็คือ การส่งสัญญาณผิดพลาดออกไปว่าไทยเป็นเครือข่ายหรือเป็นสวรรค์สำหรับกองกำลังติดอาวุธของผู้ก่อการร้าย สิ่งนี้จะสร้างความเสียหายให้กับภาพลักษณ์ของไทย และอาจเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งการนำเงินเข้ามาใช้จ่ายมีความจำเป็นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในท้องถิ่น ดังนั้น ถึงแม้กองกำลังความมั่นคงของไทยอยากที่จะกำจัดพวกเราอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ แต่พวกเขาก็ยังเป็นกังวลอยู่กับผลกระทบในทางลบ และการตกเป็นข่าวคราวในทางลบที่จะคงอยู่ยาวนานอยู่ด้วย ในแง่นี้จะพูดว่าพวกเขาถูกมัดมืออยู่ก็ได้เหมือนกัน
ถาม :
ในทรรศนะของคุณทั้งหมดที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของไทยเป็นเรื่องของท้องถิ่นโดยสิ้นเชิงใช่ไหม?
ผมถามอย่างนี้เพราะเหตุผลง่ายๆ ที่ว่ามีสื่อจำนวนมากนำเสนอข้อกล่าวหาที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่า
เหตุยุ่งยากทางภาคใต้ของไทยเกิดจากอิทธิพลต่างชาติ มีบ้างถึงกับเสนอว่ามันมีส่วนเกี่ยวโยงกับกลุ่มติดอาวุธอาหรับอย่างเช่น
อัลเคด้า
ตอบ : นั่นเป็นการขยายความจนเกินเลย คุณต้องจดจำปัจจัยสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งไว้ให้ดี
สำหรับชาวมุสลิม-มาเลย์ในปัตตานีแล้ว สำนึกแห่งความภาคภูมิและเอกภาพแห่งดินแดนนั้นยืนอยู่บนแนวความคิดที่ว่า
พวกเขาเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้อิสลามโดยตัวเอง คนมุสลิมปัตตานีถือว่าตัวเองเป็นหนึ่งในกลุ่มมุสลิมแรกสุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และเป็นกลุ่มที่เคร่งครัดที่สุด มีมรดกทางด้านวัฒนธรรมอิสลามเป็นของตัวเอง
มีขนบประเพณีเป็นของตัวเอง พวกเขาไม่ต้องการให้มรดกเชิงอิสลามที่ว่านี้ถูกบั่นทอนไม่ว่าจะโดยอิทธิพลของรัฐบาลไทย
หรือโดยอิทธิพลของอาหรับต่างแดน
นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมคนมาเลย์ปัตตานีถึงมีความโน้มเอียงที่จะปฏิเสธกลุ่มผู้เผยแผ่ศาสนาจากอาหรับหรืออินเดียที่จะเข้ามาสอนอิสลามให้กับเรา และเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมชาวปัตตานีถึงไม่ใช่ผู้ขานรับอิทธิพลของอาหรับ-วะห์บี หรือแม้กระทั่งสำนักคิดอื่นๆ อย่างเช่น ชีอะห์ เป็นต้น
ชาวมุสลิมปัตตานีมีปฏิกิริยาเชิงวัฒนธรรมที่แรงกล้าต่อบุคคลภายนอก และเราไม่ชอบที่จะถูกปฏิบัติต่อเยี่ยงมุสลิมชั้นสองโดยมุสลิมต่างชาติอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มอาหรับ จากพื้นฐานที่ว่านี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนภายนอกที่จะเข้ามาและมีอิทธิพลเหนือพวกเราในเรื่องของอิสลาม หรือความเชื่อเรื่องการต่อสู้ของเรา
เคยมีความพยายามทำนองดังกล่าวอยู่บ้างในอดีต เช่น พวกวะห์บี พยายามที่จะสร้างสุเหร่าและให้ทุนกลุ่มผู้เผยแผ่ศาสนา แต่ว่าล้มเหลวไปทั้งหมด
ไม่-ผมขอย้ำอย่างชัดแจ้งไว้ว่า สถานการณ์ในปัตตานีถูกชี้ขาดและก่อรูปขึ้นโดยปัจจัยภายในเสมอมา และปัจจัยที่ว่านี้ ก็รวมไปถึงสถานการณ์การเมืองภายในด้วยเช่นกัน ระหว่างคริสต์ทศวรรษ 1970 และ 80 เมื่อตอนที่กลุ่มพูโลกำลังต่อสู้เพื่อการปกครองตนเอง หรือกระทั่งเพื่ออิสรภาพนั้นมีการสนับสนุนในทางการเมืองอยู่บ้างจากประเทศมุสลิมโพ้นทะเลบางประเทศ แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นไปในเชิงสัญลักษณ์และไม่มีนัยสำคัญเทียบเท่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับปัตตานี
ถาม :
ถ้างั้นขอถามต่อเกี่ยวกับข้อกล่าวหาถึงความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค หรืออย่างที่กลุ่มซึ่งถูกเรียกว่า
"ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง" อ้างว่าสถานการณ์ในปัตตานีเลวร้ายลงเนื่องจากอิทธิพลของรัฐเพื่อนบ้าน
ทักษิณเองยังเคยอ้างด้วยว่า กบฏปัตตานีได้รับความช่วยเหลือจากรัฐเพื่อนบ้าน
ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งประธานเบอร์ซาตูมาตั้งแต่ปี 2541 คุณแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ได้หรือไม่?
ตอบ : ตราบเท่าที่ผมเป็นผู้นำของเบอร์ซาตู(บอกได้ว่า)
เราไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเช่น มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย
ผมขอย้ำอย่างหมดจดไว้ในตอนนี้ว่า เราไม่เคยได้รับการสนับสนุนไม่ว่าจะในรูปแบบใดๆ
ทั้งอาวุธ เสบียง การวางแผน การฝึก หรือการเงินจากประเทศหนึ่งประเทศใดในภูมิภาคนี้
ข้ออ้างที่ว่ามีประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศให้ความช่วยเหลือกลุ่มต่างๆ ในทางภาคใต้ของไทยเป็นข้ออ้างที่ผิดโดยสิ้นเชิง ผมสามารถพูดได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแน่นอนชัดเจนเหมือนๆ กับการที่ผมเป็นผู้นำของกลุ่มพันธมิตร และผมรู้ว่าในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครช่วยเหลือเรา
ถ้าหากมีใครช่วยหรือให้การสนับสนุน ผมจะเป็นคนแรกที่ได้รู้ในฐานะที่ผมเป็นผู้นำของเบอร์ซาตู แต่ผมบอกคุณได้ชัดแจ้งและหนักแน่นว่าไม่มีการสนับสนุนใดๆ มาให้พวกเรา การต่อสู้ของพวกเราเป็นเรื่องภายในของเราเสมอมา และไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับความพยายามระหว่างประเทศใดๆ
ถาม :
แล้วกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ากลุ่มปัตตานีไปฝึกอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน?
ตอบ : นี่ก็ผิดอีกนั่นแหละ ผิดด้วยน่าขันด้วยอีกต่างหาก
แรกสุดก็คือเป็นเรื่องยากมากที่จะขนอาวุธแล้วข้ามไปฝึกกันในประเทศอย่างมาเลเซีย
เพราะมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะลักลอบขนอาวุธข้ามแดนเข้าไป กรณีของอินโดนีเซียก็เหมือนกัน
ไม่เคยเป็นทางเลือกสำหรับเรื่องนี้มาก่อนเลย เหตุผลง่ายๆ ก็เพียงแค่ว่าเราไม่มีความจำเป็นต้องทำอย่างนั้นเลยแม้แต่น้อย
เพราะเรามีที่ว่างและพื้นที่ลับมากเกินพอในหลายจังหวัดทางภาคใต้ ซึ่งกองกำลังติดอาวุธสามารถเข้าไปฝึกฝนการต่อสู้ได้
การฝึกในปัตตานีนั้นโดยตัวของมันเองแล้วง่ายกว่ามาก พื้นที่ที่มีเพียงมุสลิมรายล้อมอยู่โดยรอบเท่านั้นมีอยู่มากมายทั้งในปัตตานี นราธิวาส และยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการฝึก พวกวัยรุ่นติดอาวุธที่คุณเห็นอยู่ทุกวันนี้ ทั้งหมดได้รับการฝึกฝนในประเทศไทย อยู่ภายใต้ระบบโรงเรียนปอเนาะ(โรงเรียนสอนศาสนา) ส่วนใหญ่ของพวกนี้ได้รับการฝึกในท้องที่ของตัวเองนั่นแหละ หลายคนไม่เคยแม้แต่จะเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านมาก่อนในชีวิต อย่างเช่น มะสะแอ นู เซ็ง ที่ถูกทางการไทยประกาศจับ ก็ประกาศอย่างเปิดเผยว่าไม่เคยไปมาเลเซียมาก่อนเลยในชีวิต
ถาม :
ถ้าทั้งหมดนี่เป็นเรื่องภายในที่จำกัดอยู่เฉพาะภาคใต้ของไทยเรื่อยมา คุณมีความคาดหวังอะไรสำหรับอนาคตและคุณจะเลือกหนทางแบบไหนดำเนินการ?
ตอบ : โดยส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่าความรุนแรงไม่เคยได้ผลและจะไม่ได้ผลอีกต่อไป
ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงเรียกร้องต่อกลุ่มทั้งหลายให้เข้ามาร่วมกัน
มากำหนดยุทธศาสตร์ร่วมและหาหนทางที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อดำเนินการต่อสู้ของเราต่อไป
พื้นฐานของการต่อสู้ที่ว่านี้ก็คือความต้องการให้ได้รับการยอมรับและนับถือต่อประวัติศาสตร์ในอดีตของเรา อัตตลักษณ์แห่งเรา และความต้องการทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่จำเพาะของเรา สถานการณ์รุนแรงอย่างที่เราเห็นอยู่ในทุกวันนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่ารัฐบาลไทยยังไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ หรือทำให้ประชาชนในปัตตานีสงบราบคาบได้
ที่เป็นอย่างนี้เพราะยุทธวิธีแบบสายตาสั้นและวิธีการโหดร้ายที่นำมาใช้ของพวกเขาเอง รวมไปถึงอาการลังเลที่จะยอมรับว่า ประชาชนในภาคใต้ใช้ชีวิตของเขามาอย่างนั้นยาวนานนับศตวรรษ และเราไม่ใช่ผู้ต่ำต้อยหรือชนชั้นสองที่ไม่มีสิทธิมีเสียงแต่อย่างใด
ผมกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์รุนแรงที่เราเห็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นในขอบเขตและในระดับที่ดุดันร้ายกาจเท่านี้มาก่อน ที่แย่ที่สุดก็คือ เหยื่อก็คือพลเรือนสามัญธรรมดา ทั้งชาย หญิง เด็ก ครู อิหม่าม และพระสงฆ์ สิ่งนี้ไม่ก่อประโยชน์ใดๆ และในที่สุดก็จะเป็นอันตรายต่อทั้งเราและชาติไทยพร้อมกันไปด้วย
ดังนั้น สิ่งที่ผมต้องการก็คือ เราขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้นำเอามาตรา 282 จนถึง 290 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประจำปี พ.ศ.2540 มาบังคับใช้อย่างแท้จริงและอย่างมีประสิทธิภาพ (โปรดดูรัฐธรรมนูญในมาตราดังกล่าวท้ายบทความ - บรรณาธิการ) มาตราดังกล่าวเปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งฝ่ายบริหารในท้องถิ่นได้ และให้มีอำนาจในการควบคุมตัวเองโดยจำกัด นี่เป็นรัฐธรรมนูญที่มีผลบังคับใช้ในยุคของอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เรื่อยมาจนถึงขณะนี้
มาตรา 282-290 เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับรัฐบาลท้องถิ่น การจัดสรรอำนาจและอำนาจบังคับบัญชาให้กับเขตปกครองท้องถิ่น, การจัดการเลือกตั้งในท้องถิ่น ฯลฯ วัตถุประสงค์ของมาตราเหล่านี้ก็เพื่อให้เกิดความมั่นคงในรูปแบบบางอย่างของผู้แทนการเมืองท้องถิ่นในระดับภูมิภาค, ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ และเป็นส่วนเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจจากศูนย์กลาง นี่เป็นสิ่งจำเป็นถ้าหากจะให้ประชาชนในระดับจังหวัดอย่างเช่น ปัตตานี ได้มีโอกาสรื้อฟื้นความเคารพนับถือในตัวเอง และเกียรติศักดิ์แห่งตัวเองกลับคืนมาอีกครั้ง
นี่ยังเป็นหนทางเดียวที่จะเปิดโอกาสให้บรรดาผู้นำอย่างเช่น ตัวผมสามารถโน้มน้าวให้กลุ่มติดอาวุธต่างๆ ยกเลิกการต่อสู้ด้วยอาวุธและหันมาดำเนินการผ่านกระบวนการทางการเมืองภายใน และที่สำคัญที่สุดนี่เป็นวิธีการที่จะทำให้การต่อสู้ของเราถูกต้องตามกฎหมายและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญอีกด้วย

ดร.วัน
กาดีร์ เจ๊ะมัน ประธานเบอร์ซาตู
( ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์มติชน)
+++++++++++++++++++
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปี พ.ศ.๒๕๔๐
หมวด
๙
การปกครองส่วนท้องถิ่น
มาตรา ๒๘๒ ภายใต้บังคับมาตรา
๑ รัฐจะต้องให้ความเป็นอิสระแก่ท้องถิ่นตามหลัก
แห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น
มาตรา ๒๘๓ ท้องถิ่นใดมีลักษณะที่จะปกครองตนเองได้
ย่อมมีสิทธิได้รับจัดตั้งเป็น
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
การกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ต้องทำเท่าที่จำเป็นตามที่กฎหมายบัญญัติ
แต่ต้องเป็นไปเพื่อการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นหรือประโยชน์ของประเทศ
เป็นส่วนรวม ทั้งนี้ จะกระทบถึงสาระสำคัญแห่งหลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของ
ประชาชนในท้องถิ่นหรือนอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติไว้ มิได้
มาตรา ๒๘๔
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลายย่อมมีความเป็นอิสระในการ
กำหนดนโยบาย การปกครอง การบริหาร การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลัง และมี
อำนาจหน้าที่ของตนเองโดยเฉพาะ
การกำหนดอำนาจและหน้าที่ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระหว่าง
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยคำนึงถึงการ
กระจายอำนาจเพิ่มขึ้นให้แก่ท้องถิ่นเป็นสำคัญ
เพื่อพัฒนาการกระจายอำนาจเพิ่มขึ้นให้แก่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ให้มีกฎหมายกำหนด
แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑) การกำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะระหว่างรัฐกับ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง
(๒) การจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากรระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดย
คำนึงถึงภาระหน้าที่ของรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและระหว่างองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นด้วยกันเองเป็นสำคัญ
(๓) การจัดให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งทำหน้าที่ตาม (๑) และ (๒) ประกอบด้วยผู้
แทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง
มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยมีจำนวนเท่ากัน
ในกรณีที่มีการกำหนดอำนาจและหน้าที่และการจัดสรรภาษีและอากรตาม
(๑) และ
(๒) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดแล้ว คณะกรรมการตาม (๓) จะต้องนำเรื่องดังกล่าว
มาพิจารณาทบทวนใหม่ทุกระยะเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่มีการกำหนดอำนาจและหน้าที่
หรือวันที่มีการจัดสรรภาษีและอากร แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมของการ
กำหนดอำนาจและหน้าที่ และการจัดสรรภาษีและอากรที่ได้กระทำไปแล้ว ทั้งนี้
ต้องคำนึงถึง
การกระจายอำนาจเพิ่มขึ้นให้แก่ท้องถิ่นเป็นสำคัญ
การดำเนินการตามวรรคสี่
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรายงาน
รัฐสภาแล้ว ให้มีผลใช้บังคับได้
มาตรา ๒๘๕ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหาร
ท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง
คณะบริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
หรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น
การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่มา
จากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ
สมาชิกสภาท้องถิ่น
คณะผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น มีวาระการดำรง
ตำแหน่งคราวละสี่ปี
คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นจะเป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือ
เงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการ
ส่วนท้องถิ่น มิได้
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ให้เป็นไปตามที่
กฎหมายบัญญัติ
ในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น
หรือในกรณีที่สมาชิกสภาท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งทั้ง
คณะตามมาตรา ๒๘๖ และต้องมีการแต่งตั้งคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการ
ชั่วคราว มิให้นำบทบัญญัติวรรคสอง วรรคสาม และวรรคหก มาใช้บังคับ ทั้งนี้
ตามที่
กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๒๘๖ ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดมีจำนวนไม่
น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียง เห็นว่าสมาชิกสภาท้องถิ่น
หรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้ใดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่สมควรดำรงตำแหน่งต่อไป
ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้
ตามที่กฎหมายบัญญัติ
การลงคะแนนเสียงตามวรรคหนึ่งต้องมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาลงคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่ง
หนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด
มาตรา ๒๘๗ ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดมีจำนวนไม่
น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
มีสิทธิเข้าชื่อ
ร้องขอต่อประธานสภาท้องถิ่นเพื่อให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่นได้
คำร้องขอตามวรรคหนึ่งต้องจัดทำร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นเสนอมาด้วย
หลักเกณฑ์และวิธีการเข้าชื่อรวมทั้งการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๒๘๘
การแต่งตั้งและการให้พนักงานและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง ต้องเป็นไปตามความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่น
และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นก่อน ทั้งนี้ ตามที่
กฎหมายบัญญัติ
คณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งจะต้องประกอบด้วยผู้แทนของ
หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ
ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยมีจำนวนเท่ากัน
การโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง
การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษพนักงานและ
ลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรา ๒๘๙ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นย่อมมีหน้าที่บำรุงรักษาศิลปะ
จารีต
ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นย่อมมีสิทธิที่จะจัดการศึกษาอบรมและการฝึกอาชีพตาม
ความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่นนั้น และเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
อบรมของรัฐ แต่ต้องไม่ขัดต่อมาตรา ๔๓ และมาตรา ๘๑ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
การจัดการศึกษาอบรมภายในท้องถิ่นตามวรรคสอง
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้อง
คำนึงถึงการบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของ
ท้องถิ่นด้วย
มาตรา ๒๙๐
เพื่อส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ย่อมมีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ
กฎหมายตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑) การจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมที่อยู่ในเขตพื้นที่
(๒) การเข้าไปมีส่วนในการบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่นอก
เขตพื้นที่ เฉพาะในกรณีที่อาจมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ของตน
(๓) การมีส่วนร่วมในการพิจารณาเพื่อริเริ่มโครงการหรือกิจกรรมใดนอกเขตพื้นที่ซึ่ง
อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่
สำหรับผู้สนใจอ่านรัฐธรรมนูญทุกฉบับสามารถคลิกไปอ่านได้ที่
http://www.parliament.go.th/files/library/t-b05.htm
ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I
สารบัญเนื้อหา
3
ประวัติ
ม.เที่ยงคืน
e-mail : midnightuniv@yahoo.com
หากประสบปัญหาการส่ง
e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com
ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด
กว่า 590 เรื่อง หนากว่า 7800 หน้า
ในรูปของ CD-ROM เพื่อบริการให้กับสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านในราคา
120 บาท(รวมค่าส่ง)
เพื่อสะดวกสำหรับสมาชิกในการค้นคว้า
สนใจสั่งซื้อได้ที่
midnightuniv@yahoo.com หรือ
midnight2545@yahoo.com
สมเกียรติ
ตั้งนโม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บรรณาธิการเว็ปไซค์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
หากสมาชิก ผู้สนใจ และองค์กรใด ประสงค์จะสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชน
และสังคมไทยสามารถให้การสนับสนุนได้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในนาม สมเกียรติ
ตั้งนโม
หมายเลขบัญชี 521-1-88895-2 ธนาคารกรุงไทยฯ สำนักงานถนนสุเทพ อ.เมือง
จ.เชียงใหม่
หรือติดต่อมาที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ midnight2545@yahoo.com

นโยบายที่เรียกว่า "ทำให้เป็นไทย" นี้ย้อนหลังกลับไปได้หลายศตวรรษ และเราถูกกำชับเป็นมาเวลายาวนานว่า เราไม่สามารถแม้แต่จะพูดภาษามาเลย์ของพวกเราเองได้ หรือแม้แต่จะใช้คัมภีร์คำสอนของมาเลย์เอง แต่ในปัตตานีก็ยังมีโรงเรียนจีนที่มีการสอนภาษาจีน และใช้ตำรับตำราภาษาจีนในการสอน ...ถ้าหากคนจีนได้รับอนุญาตให้มีสำนึกเชิงเอกลักษณ์แห่งวัฒนธรรมของตัวเองได้ ทำไมเราถึงทำไม่ได้?

ดังนั้น สิ่งที่ผมต้องการก็คือ
เราขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้นำเอามาตรา 282 จนถึง 290 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประจำปี
พ.ศ.2540 มาบังคับใช้อย่างแท้จริงและอย่างมีประสิทธิภาพ มาตราดังกล่าวเปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งฝ่ายบริหารในท้องถิ่นได้
และให้มีอำนาจในการควบคุมตัวเองโดยจำกัด นี่เป็นรัฐธรรมนูญที่มีผลบังคับใช้ในยุคของอดีตนายกรัฐมนตรี
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เรื่อยมาจนถึงขณะนี้ มาตรา 282-290 เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับรัฐบาลท้องถิ่น
การจัดสรรอำนาจและอำนาจบังคับบัญชาให้กับเขตปกครองท้องถิ่น, การจัดการเลือกตั้งในท้องถิ่น
ฯลฯ วัตถุประสงค์ของมาตราเหล่านี้ก็เพื่อให้เกิดความมั่นคงในรูปแบบบางอย่างของผู้แทนการเมืองท้องถิ่น



มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด
กว่า 600 เรื่อง หนากว่า 8000 หน้า
ในรูปของ CD-ROM ในราคา 120 บาท(รวมค่าส่ง) สนใจสั่งซื้อได้ที่ midnightuniv@yahoo.com
หรือ ส่งธนาณัติถึง สมเกียรติ
ตั้งนโม : ไปรษณีย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 50202
กรุณาส่งธนาณัติแลกเงินไปยัง
สมเกียรติ ตั้งนโม : คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
50202 และอย่าลืมเขียนชื่อ ที่อยู่ ของผู้รับตัวบรรจงด้วยครับ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจัดส่งทางไปรษณีย์