



บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ลำดับที่ 582 หัวเรื่อง
ความมั่นคงมนุษย์ในทัศนะอิสลาม
สุกรี
หลังปูเต๊ะ
สาขารัฐประศาสนศาสตร์
วิทยาลัยอิสลามยะลา
The
Midnight 's article

Website
ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สร้างขึ้นมาเพื่อผู้สนใจในการศึกษา
โดยไม่จำกัดคุณวุฒิ
หากต้องการติดต่อกับ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ส่ง mail ตามที่อยู่ข้างล่างนี้
midnight2545@yahoo.com


คลิกไปหน้า homepage มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

แนวความคิดชาวมุสลิม
ความมั่นคงของมนุษย์ในทัศนะอิสลาม
สุกรี
หลังปูเต๊ะ
อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
คณะศิลปะศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาลัยอิสลามยะลา
หมายเหตุ:
บทความนี้ได้รับมาจากผู้เขียนเมื่อหลังกลางเดือนพฤษภาคม
๒๕๔๘
เผยแพร่บนเว็ปไซต์นี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๘
(บทความทั้งหมดยาวประมาณ
9 หน้ากระดาษ A4)
๑. คำนำ
พัฒนาการของแนวคิดเกี่ยวกับความมั่นคงของมนุษย์ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา
๑๐ ปีที่ผ่านมา ได้รับการผลักดันจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ
สำหรับระดับชาตินั้น จากการปฏิรูประบบราชการที่ผ่านมานั้นปรากฏชัดว่า รัฐบาลได้มีเจตนาที่ดีอย่างยิ่งที่ได้มีการก่อตั้งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ซึ่งได้รับเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญว่า ประเทศไทยก้าวหน้ามากที่นำเอาแนวคิด "ความมั่นคงของมนุษย์"
มาดำเนินนโยบายแห่งชาติด้วยการตั้งชื่อกระทรวงด้วยคำคำนี้ นั่นหมายถึง ความตั้งใจและความจริงจังกับการสร้างความมั่นคงของมนุษย์เป็นประเทศแรกของโลก
ส่วนในระดับนานาชาตินั้น เห็นได้จากการที่ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการระดับสูง ซึ่งใช้ชื่อในภาษาอังกฤษว่า Commission on Human Security ในปี ๒๕๔๔ โดยมีประธานร่วมคือ Prof. Amartya Sen เจ้าของรางวัลโนเบลด้านเศรษฐศาสตร์ในปี ๒๕๔๑ และ Mrs. Sadako Ugata อดีตข้าหลวงใหญ่ด้านผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ผลงานที่โดดเด่นของคณะกรรมาธิการชุดนี้ คือ รายงานเรื่อง Human Security Now ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นของการเผยแพร่ในระดับนานาชาติ
ดังนั้นเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ กำลังเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติเป็นอย่างมาก นอกจากนี้การที่ประเทศไทยได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ ในการสนับสนุนความมั่นคงของมนุษย์และได้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกในกลุ่มเครือข่ายความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security Network) ด้วยการริเริ่มของประเทศแคนาดาและนอร์เวย์ในปี ๒๕๔๒ และอีก ๑๓ ประเทศที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของเครือข่ายดังกล่าวนี้นั้น ได้ทำให้ชื่อเสียงของประเทศไทยดีขึ้นด้วยในสายตาของผู้ที่ต้องการเห็นสันติภาพ ที่น่าจะเกิดขึ้นจากหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม นั่นคือ ปัจเจกบุคคลเป็นลำดับแรก
อย่างไรก็ตามในส่วนของพัฒนาการที่เกี่ยวกับแนวคิดด้านความมั่นคงของมนุษย์ในทัศนะอิสลามนั้น สามารถศึกษาผ่านวัตถุประสงค์ของชารีอะห์ (Maqasid al-Shar'iyah) ซึ่งในบทความนี้จะใช้คำว่า "เจตนารมณ์แห่งชารีอะห์" โดยได้มีการถกกันในเวทีวิชาการ และได้มีผลงานออกมาประจักษ์ชัดเมื่อ ๖๐๐-๕๐๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งนักวิชาการมุสลิมเหล่านั้นได้แก่ อัล-ฆอซาลี อัล-ชาตีบี อิซซุดดีน อิบนุอับดุสสาลาม อิบนุ อัล-ก็อยยิม หรือแม้กระทั่งอิบนุตัยมียะห์ เองก็มีผลงานที่เกี่ยวกับความมั่นคงของมนุษย์ด้วยเช่นกัน
บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะสื่อภาพลักษณ์ของอิสลามในฐานะที่เป็นวิถีชีวิต ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการจรรโลงสังคมสันติสุข โดยผ่านกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างสมบูรณ์ เหล่านี้คือการให้ความสำคัญต่อหลักประกันด้านความมั่นคงของปัจเจกบุคคล ซึ่งจะเป็นบันไดขั้นแรกอันจะนำมาซึ่งขั้นต่อๆไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบอายุของความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่เหล่านักวิชาการมุสลิมในอดีตเคยได้เสนอเวทีในการสร้างสรรค์สันติภาพเชิงแนวคิดนั้น ทำให้เห็นได้ชัดว่า โลกอิสลามได้ให้ความสำคัญต่อการปลูกฝัง เสริมสร้างและสานต่อสันติภาพตลอดมา ไม่น้อยกว่าที่โลกตะวันตกได้มอบไว้ให้กับชาวโลกเลยแม้แต่น้อย
๒. คำนิยาม: จากความมั่นคงของรัฐ/ชาติสู่ความมั่นคงของมนุษย์
องค์การสหประชาชาติได้ให้คำนิยามของ ความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security)
ว่า หมายถึง "การดำรงชีวิตโดยปลอดจากความกลัว และความขาดแคลน (Freedom
from Fear and Want) โดยมุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนมีความมั่นคงในการดำเนินชีวิต
รัฐมีหน้าที่ที่จะต้องปกป้อง ดูแล สนับสนุน ให้ประชาชนสามารถดำรงความเป็นมนุษย์ของตนได้อย่างมีคุณภาพ"
(1)
ประดิษฐ์และนิตยาได้ให้คำนิยามของความมั่นคงของมนุษย์ที่เกี่ยวกับภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมว่าหมายถึง คุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคม อะไรก็ตามที่กดดัน ทำลายหรือปิดกั้น การเข้าถึงทรัพยากรของประชาชน ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชีวิต เช่น การเติบโตของเศรษฐกิจ การแพร่ระบาดของโรคร้าย ทั้งนี้การพัฒนาการเข้าถึงทรัพยากร ความเข้มแข็งของสังคมและการเมือง ถือเป็นกระบวนการนำไปสู่และเพิ่มความมั่นคงของมนุษย์ในโลกปัจจุบัน ความมั่นคงของมนุษย์มีความสำคัญมาก การพิจารณาภัยคุกคามต่อความมั่นคงจะต้องพิจารณาให้ครบถ้วน และหามาตรการป้องกันแก้ไขตั้งแต่ระดับบุคคลจนถึงระดับชาติ ภูมิภาค และระดับนานาชาติ (2)
ในอดีตนั้นประเทศไทยให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางทหาร แต่ปัจจุบัน ขอบเขตของความมั่นคงได้ครอบคลุมความมั่นคงของมนุษย์ดังกล่าวแล้ว ดังนั้นหากพิจารณาข้อแตกต่างระหว่างความมั่นคงของมนุษย์และความมั่นคงทางทหารนั้นสามารถที่จะเห็นได้ชัดใน ๓ ประการต่อไปนี้ คือ (3)
(ก) ความมั่นคงทางทหาร เป็นการวางกรอบนโยบายในการปกป้องดูแลรัฐในองค์รวมในขณะที่ความมั่นคงของมนุษย์เริ่มจากหน่วยย่อยของสังคมมากกว่าองค์รวมของประเทศ โดยอยู่บนพื้นฐานของเป้าหมายเพื่อการกินดีอยู่ดี ปลอดภัย และยั่งยืนของสังคม
(ข) ความมั่นคงทางทหารมีรูปแบบที่แน่นอน เป็นระบบที่ใช้กำลังเพื่อเอาชนะศัตรู แต่ความมั่นคงของมนุษย์ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว มีองค์ประกอบมากมาย เช่น สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม ที่เป็นพื้นฐานที่มีบทบาทต่อความมั่นคงของมนุษย์
(ค) ความมั่นคงแบบดั้งเดิมมองภาพของประเทศต่างๆ ในลักษณะผู้แข่งขัน ในรูปแบบที่เป็น "Zero-sum"โดยจะต้องมีผู้ชนะ ผู้แพ้ เสมอ ในขณะที่ความมั่นคงของมนุษย์มีการเน้นศักยภาพของหน่วยย่อย/ความร่วมมือของชุมชน ที่จะนำมาซึ่งผลได้อย่างสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม
ดังนั้นความหมายของความมั่นคงได้พัฒนามาจากความมั่นคงรัฐหรือความมั่นคงชาติ ในยุคสงครามเย็นมาเป็นความมั่นคงของมนุษย์ภายหลังสิ้นสุดของสงครามเย็น ทั้งนี้ความมั่นคงในยุคใหม่จึงหมายรวมถึง ๕ ประการต่อไปนี้ (4)
1. ความมั่นคงทางสุขภาพ
คือ ความไม่เป็นโรคร้ายแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยถึงขั้นที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพหรือการดำเนินชีวิตตามปกติ เป็นต้น
2. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
คือ มีช่องทางเลี้ยงชีพหรือมีรายได้เพียงพอแก่ความจำเป็นพื้นฐานของตนเองและครอบครัวอันประกอบด้วยปัจจัย ๔ เป็นอย่างน้อย โดยไม่มีหนี้สินที่เป็นภาระเกินกำลังส่งคืน รวมทั้งมีหลักประกันความมั่นคงของรายได้ในอนาคตตามสมควร
3. ความมั่นคงทางสังคม
ในที่นี้รวมถึงความมั่นคงของครอบครัวและชุมชน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขในสังคม เป็นต้น
4. ความมั่นคงทางการเมืองการปกครอง
คือ การมีสิทธิเสรีภาพเพียงพอ ไม่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน มีความยุติธรรมเสมอภาคในสังคม ประเทศชาติมีความปลอดภัยจากการรุกรานหรือการทำให้แตกสลาย เป็นต้น
5. ความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
คือ มีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยอย่างต่อเนื่องต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิต โดยไม่เกิดการเสื่อมโทรมจนเป็นปัญหาหรืออุปสรรคต่อความมั่นคงด้านอื่นๆ
"ความมั่นคง" หลักๆ ๕ ประการข้างต้น ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิตมนุษย์โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นคนรวย คนจน คนชั้นสูง คนชั้นกลาง คนชั้นล่าง คนไทย คนจีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น มาเลย์ คนในประเทศเกษตรกรรม ประเทศอุตสาหกรรม คนใช้เทคโนโลยีเก่า คนใช้เทคโนโลยีใหม่ ฯลฯ
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพัฒนาการของคำนิยามของความมั่นคง จากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นเป็นไปในทิศทางที่ดี และสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ นั่นคือความพยายามที่จะอธิบายความมั่นคงในหลายมิติ ซึ่งครอบคลุมความต้องการพื้นฐานที่แท้จริงของมนุษย์ ในลักษณะของความมั่นคงองค์รวมที่เริ่มจากหน่วยย่อยที่สุดของสังคมไปสู่หน่วยที่ใหญ่กว่าเป็นลำดับขั้นอย่างสมบูรณ์และต่อเนื่อง
๓. เจตนารมณ์แห่งชารีอะห์:
หลักประกันความมั่นคงของมนุษย์ในทัศนะอิสลาม
ในขณะที่สังคมไทยและสังคมโลก กำลังค้นหาคำตอบและคำนิยามใหม่ที่ดีและครอบคลุมที่สุดสำหรับความมั่นคงอยู่นั้น
หลายๆฝ่ายได้สรุปว่า ความมั่นคงในความหมายที่บูรณาการและมีลักษณะองค์รวมนั้น
น่าจะรวมถึงความมั่นคงของมนุษย์ในระดับปัจเจกบุคคล โดยเน้นปัจเจกปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของมนุษยชาติ
ในห้วงคำถามนี้อิสลามได้เสนอหลักประกันความมั่นคงเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นเวลานานพอสมควร ดังปรากฏในหลายๆโองการของคัมภีร์อัล-กุรอานและวัจนะของท่านนบีมูฮัมมัด (ซ.ล.) อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเสนอรายละเอียดของหลักฐานแห่งคำสอน ที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลปฐมภูมิที่ได้กล่าวไว้ หากแต่ต้องการนำเสนอกรอบแนวคิด เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการทำความเข้าใจจุดยืนของอิสลาม
รวมถึงการตีความของบรรดานักวิชาการมุสลิมในอดีต เกี่ยวกับกระบวนการปลูกฝังและสร้างเสริมสันติภาพให้เกิดขึ้นบนหน้าแผ่นดิน โดยหวังให้เกิดหลักประกันความปลอกภัยในชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์บนโลกนี้ และความสันติสุขในโลกหน้าซึ่งเป็นหัวใจของบทความนี้ที่ต้องการนำเสนอแนวคิดหลักเกี่ยวกับหลักประกันความมั่นคงของมนุษย์ในทัศนะอิสลาม
ดังนั้นเจตนารมณ์แห่งชารีอะห์หรือ Maqasid al-Shar'iyah ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบแดงของนักวิชาการมุสลิมในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ ๑๑-๑๔ ที่ได้นำเสนอแนวคิดนี้ เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินกิจกรรมประจำวันของมนุษย์ โดยเป็นการเสนอประเด็นหลักประกันความมั่นคงของมนุษย์บนผืนแผ่นดินนี้ ในบรรดานักวิชาการที่ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่ชัดเจนได้แก่ อัล-ฆอซาลี (ฮ.๕๐๕/๑๑๑๑ค.ศ) อัล-ชาตีบี (ฮ.๗๙๐/๑๓๘๘ค.ศ) (5) ในส่วนของอิบนุตัยมียะห์(ฮ.๗๒๘/๑๓๒๘ค.ศ) (6) และอิบนุ อัล-ก็อยยิม(ฮ.๗๕๑/๑๓๕๐ค.ศ) (7)นั้น ได้มองว่า หลักประกันความมั่นคงน่าจะมีกรอบกว้างกว่าการพิทักษ์ปกป้องดูแล หากแต่น่าจะรวมถึงหลักประกันสวัสดิการที่ปัจเจกบุคคลควรได้รับ
สำหรับอิซซุดดีน อิบนุอับดุสลาม (ฮ.๖๖๐/๑๒๖๒ค.ศ)นั้น ท่านได้กล่าวว่า คุณและโทษในโลกนี้ล้วนแล้วแต่ควบคุมดูแลโดยการรับรู้ของสติปัญญา(Intellect/Aq'l)ทั้งสิ้น ในการกำหนดหลักประกันชีวิต(8) ดังนั้นนักวิชาการมุสลิมส่วนใหญ่จะแสดงทัศนะอย่างรอบคอบในเรื่องนี้ ทั้งนี้เป็นการบ่งบอกถึงความสำคัญในการตัดสินใจเพื่อแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่มีบทบาทสำคัญในการปลูกฝัง เสริมสร้าง และดูแล สันติภาพบนผืนแผ่นดินนี้
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น บทความนี้จะหยิบยกทัศนะของอัล-ชาตีบีเป็นประเด็นตัวอย่างเกี่ยวกับเจตนารมณ์แห่งชารีอะห์ ในฐานะหลักประกันความมั่นคงของมนุษย์ในทัศนะอิสลามทั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
อัล-ชาตีบีได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เจตนารมรณ์แห่งชารีอะห์ สามารถแบ่งออกเป็น ๓ ระดับ ดังนี้คือ (9)
ระดับที่ ๑ ดุรุริยาต (Dururiyat) : หลักประกันพื้นฐาน
เจตนารมณ์แห่งชารีอะห์ระดับแรก แสดงถึงการให้ความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ โดยได้เน้นย้ำในการนำเสนอหลักประกันความมั่นคงของมนุษย์ ในระดับนี้สวัสดิการพื้นฐานสำหรับโลกนี้และโลกหน้า เป็นสิ่งที่ควรได้รับการดูแลอย่างเคร่งครัดและทั่วถึง หากว่ามีความบกพร่องเกิดขึ้นในขั้นนี้ อัล-ชาตีบีมองว่า จะทำให้เกิดความยุ่งเหยิงและโกลาหลในสังคมในโลกนี้และเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ที่ชัดแจ้ง(al-Khusran al-Mubin)ของมวลมนุษยชาติในโลกหน้า หลักประกันความมั่นคงของมนุษย์เหล่านั้น คือ
. หลักประกันความมั่นคงด้านศาสนา/ความเชื่อ (Din)
. หลักประกันความมั่นคงด้านชีวิต (Nafs)
. หลักประกันความมั่นคงด้านการสืบสายพันธุ์ (Nasl)
. หลักประกันความมั่นคงด้านทรัพย์สิน (Mal)
. หลักประกันความมั่นคงด้านสติปัญญา ('Aql)อัล-ชาตีบี ได้วางกรอบในการสร้างและดูแลหลักประกันระดับนี้ว่า จะต้องวางอยู่บนพื้นฐานของการเสริมสร้างและดูแล ในขณะเดียวกันจะต้องรักษา ปกป้อง เพื่อไม่ให้เกิดความหายนะต่อหลักประกันทั้ง ๕ ประการข้างต้นอีกด้วย
ระดับที่ ๒ ฮาญีญาต (Hajiyat) : หลักประกันความต้องการ
เป็นระดับที่พัฒนามาจากหลักประกันพื้นฐาน กล่าวคือ การพัฒนาไปสู่แนวคิดในการอำนวยความสะดวกและขจัดปัดเป่าปัญหาและความยุ่งยากทั้งปวง เจตนารมณ์แห่งชารีอะห์ในระดับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มนุษย์ดำรงอยู่ได้ในสังคมอย่างพอเพียง เช่น การอนุญาตการล่าสัตว์ การรับประทานอาหารหะลาล การพักอาศัยในที่ที่ปลอดภัยและสะดวก รวมถึงหลักประกันในการลงทุนร่วมกันเพื่อหวังผลกำไร การยืมคืน การซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น
การไม่อนุมัติระบบดอกเบี้ยนั้นถือเป็นเจตนารมณ์อันสำคัญยิ่งแห่งชารีอะห์ ในการขจัดปัญหาการเอารัดเอาเปรียบในสังคมอย่างเห็นได้ชัดว่า อิสลามให้ความสำคัญในการวางหลักประกันของมนุษย์ในระดับปัจเจกบุคคล โดยการปกป้องรักษาไม่ให้มีใครถูกข่มเหงรังแกในสังคม
ระดับที่๓ ตะฮฺซีนียาต (Tahsiniyat) : หลักประกันเสริม
เจตนารมณ์แห่งชารีอะห์ระดับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสมบูรณ์ในหลักประกันความมั่นคงของมนุษย์เพื่อเติมเต็มความต้องการที่พัฒนามาจากระดับที่ ๑ และระดับที่ ๒ ดังนั้นเมื่อมนุษย์ได้รับการพัฒนาตามลำดับขั้น จะทำให้หลักประกันความมั่นคงของแต่ละปัจเจกบุคคลนั้นมีความสมบูรณ์ บูรณาการต่อเนื่อง และยั่งยืน
ตัวอย่างสำหรับหลักประกันในระดับนี้คือ การที่อิสลามอนุญาตให้มุสลิมใช้สิ่งอำนวยความสะดวก การรับประทานอาหารที่อร่อย การดื่มน้ำดื่มนม การสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงาม ทั้งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการเสริมเติมความต้องการของมนุษย์ที่สูงกว่าความจำเป็นพื้นฐานทั่วไป
๔. สรุป
อิสลามได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่หลักประกันความมั่นคงของมนุษย์ในระดับปัจเจกบุคคล
อันจะนำมาซึ่งสันติภาพในระดับล่างสุดที่พร้อมก่อตัวขึ้นเป็นสังคมสันติสุข
ที่ได้รับการจรรโลงโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
อัลลอฮฺ (ซ.บ) ได้ประทานความโปรดปรานโดยการประทานอัล-กุรอาน เพื่อเป็นธรรมนูญแห่งชีวิตให้กับผู้ที่ใฝ่หาสัจธรรมโดยไม่ได้เจาะจงเฉพาะมุสลิมเท่านั้น
ทั้งนี้เพราะว่าอัล-กุรอานเป็นทางนำและเป็นความโปรดปรานของอัลลอฮฺ(ซ.บ)สำหรับมวลมนุษยชาติทุกยุค
ทุกพื้นที่ ทุกเผ่าพันธุ์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่อิสลามได้วางหลักประกันความมั่นคงของมนุษย์มาพร้อมๆกับการประทานทางนำชีวิตแก่มนุษย์
ในขณะที่อีกหลายสังคมกำลังค้นหาคำตอบและบางครั้งคำตอบเหล่านั้นก็สามารถเสนอหลักประกันความมั่นคงที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะความสันติสุขชั่วครู่ชั่วยาม หรืออาจเป็นความสันติสุขที่ยั่งยืน แต่ก็ยั่งยืนเฉพาะบนโลกนี้เท่านั้น ในทางกลับกันอิสลามได้เสนอมิติของความสันติที่เป็นหลักประกันความมั่นคงของมนุษย์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า อันเป็นโลกที่ถาวรสำหรับผู้ที่ยอมตนในการเป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺในห้วงชีวิตของเขาในโลกดุนยานี้
อิสลามจึงน่าจะได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญ เฉกเช่นเดียวกันกับประเทศไทยที่ได้รับสิ่งเหล่านี้เพียงแค่คิดนำเสนอแนวคิดความมั่นคงของมนุษย์ในระดับชาติ โดยการตั้งชื่อกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถึงแม้ว่าในช่วงเริ่มแรกวุฒิสภาเคยมีแนวคิดที่จะเสนอให้เปลี่ยนเป็นกระทรวงพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์ด้วยซํ้าไป
ดังนั้นหากว่าประเทศไทยที่แค่คิดจะสร้างหลักประกันความมั่นคงของมนุษย์ ในระดับชาติที่มีพลเมืองประมาณ ๖๒ ล้านคนแล้วไซร้ ไฉนเล่าอิสลามที่พร้อมจะเสนอหลักประกันความมั่นคงให้กับมวลมนุษย์ชาติทั้งโลก อีกทั้งสมบูรณ์ บูรณาการ และยั่งยืนทั้งโลกดุนยาและโลกอาคีเราะห์ จึงไม่ได้รับการพูดถึงในแง่ที่ดีบ้าง หากว่าเราท่านได้ปลดปล่อยกับดักและหลุมพรางทางความคิดที่มีต่ออิสลามจนกลายเป็นกำแพงอมตะที่สกัดกั้นความโปรดปรานของอัลลอ(ซ.บ.) อันมีแก่มวลมนุษยชาติทั้งปวง
ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I
สารบัญเนื้อหา
3
ประวัติ
ม.เที่ยงคืน
e-mail : midnightuniv@yahoo.com
หากประสบปัญหาการส่ง
e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com
ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด
กว่า 580 เรื่อง หนากว่า 7500 หน้า
ในรูปของ CD-ROM เพื่อบริการให้กับสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านในราคา
120 บาท(รวมค่าส่ง)
เพื่อสะดวกสำหรับสมาชิกในการค้นคว้า
สนใจสั่งซื้อได้ที่
midnightuniv@yahoo.com หรือ
midnight2545@yahoo.com
สมเกียรติ
ตั้งนโม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
(บรรณาธิการเว็ปไซค์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน)
หากสมาชิก ผู้สนใจ และองค์กรใด ประสงค์จะสนับสนุนการเผยแพร่ความรู้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชุมชน
และสังคมไทยสามารถให้การสนับสนุนได้ที่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในนาม สมเกียรติ
ตั้งนโม
หมายเลขบัญชี 521-1-88895-2 ธนาคารกรุงไทยฯ สำนักงานถนนสุเทพ อ.เมือง
จ.เชียงใหม่
หรือติดต่อมาที่ midnightuniv@yahoo.com หรือ midnight2545@yahoo.com

คุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคม อะไรก็ตามที่กดดัน ทำลายหรือปิดกั้น การเข้าถึงทรัพยากรของประชาชน ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชีวิต เช่น การเติบโตของเศรษฐกิจ การแพร่ระบาดของโรคร้าย ทั้งนี้การพัฒนาการเข้าถึงทรัพยากร ความเข้มแข็งของสังคมและการเมือง ถือเป็นกระบวนการนำไปสู่และเพิ่มความมั่นคงของมนุษย์ในโลกปัจจุบัน ความมั่นคงของมนุษย์มีความสำคัญมาก
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกำลังจัดทำบทความที่เผยแพร่บนเว็ปไซคทั้งหมด
กว่า 580 เรื่อง หนากว่า 7500 หน้า ในรูปของ CD-ROM ในราคา 120 บาท(รวมค่าส่ง)
สนใจสั่งซื้อได้ที่
midnightuniv@yahoo.com หรือ
ส่งธนาณัติถึง
สมเกียรติ ตั้งนโม : ไปรษณีย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 50202
กรุณาส่งธนาณัติแลกเงินไปยัง
สมเกียรติ ตั้งนโม : คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนสุเทพ อำเภอเมือง
จังหวัดเชียงใหม่ 50202
อย่าลืมเขียนชื่อ ที่อยู่ ของผู้รับตัวบรรจงด้วยครับ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจัดส่งทางไปรษณีย์

อิสลามได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่หลักประกันความมั่นคงของมนุษย์ในระดับปัจเจกบุคคล อันจะนำมาซึ่งสันติภาพในระดับล่างสุดที่พร้อมก่อตัวขึ้นเป็นสังคมสันติสุข ที่ได้รับการจรรโลงโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อัลลอฮฺ (ซ.บ) ได้ประทานความโปรดปรานโดยการประทานอัล-กุรอาน เพื่อเป็นธรรมนูญแห่งชีวิตให้กับผู้ที่ใฝ่หาสัจธรรมโดยไม่ได้เจาะจงเฉพาะมุสลิมเท่านั้น ทั้งนี้เพราะว่าอัล-กุรอานเป็นทางนำและเป็นความโปรดปรานของอัลลอฮฺ(ซ.บ)สำหรับมวลมนุษยชาติทุกยุค ทุกพื้นที่ ทุกเผ่าพันธุ์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่อิสลามได้วางหลักประกันความมั่นคงของมนุษย์มาพร้อมๆกับการประทานทางนำชีวิตแก่มนุษย์