|
|
|
|
รายงานในรอบสัปดาห์ : midnight's weekly report ประเทศไทยยังไม่ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ / ตัวเลขปีงบประมาณ 44 มีแต่การใช้หนี้ -รายการกรองสถานการณ์เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 26 มิ.ย.43 โดยนายจิรายุทธ วสุรัตน์ (อดีตวิฒิสมาชิก) และ รศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล(เศรษฐศษสตร์ จุฬาฯ)เปิดเผยในรายการ"จับตางบประมาณปี 44"ว่า หนี้ที่กระทรวงการคลังแจ้งว่ามีอยู่ 2.8 ล้านๆบาทเมื่อเช้านี้นั้น อันที่จริงรวมหนี้แผ่นดินทั้งหมด -ทั้งหนี้สาธารณะ หนี้กองทุนฟื้นฟู หนี้ธนาคารชาติ และอื่นๆรวมแล้ว- ตอนนี้เรามีหนี้ของแผ่นดินอยู่ 4.26 ล้านๆบาท / ขณะที่เศรษฐกิจไทยทั้งหมดอยู่ 6 ล้านๆกว่าบาท (เท่ากับเรามีหนี้ถึง เกือบ 80 %) -ต่อเรื่องการพยายามจะจัดทำงบประมาณปี 44 โดยที่ฝ่ายค้านมีทีท่าจะลาออกนั้น. มีการตั้งคำถามในรายการนี้ว่า เป็นการถูกต้องหรือที่รัฐบาลชุดนี้จะเป็นผู้ที่ทำงบประมาณให้กับรัฐบาลชุดต่อไป เพราะใกล้จะสิ้นสุดเทอมของกาบริหารของทีมรัฐบาลชุดนี้แล้วในเดือน พย. ดังนั้นจะทราบได้อย่างไรว่า ตนเองจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีก หรือรัฐบาลชุดต่อไปจะมีนโยบายในการบริหารประเทศอย่างไร จะใช้งบประมาณไปในทิศทางไหน (ที่ถูกต้องคือ ไม่ควรเร่งทำงบประมาณปี 44 เพราะตนเองไม่ได้เป็นรัฐบาลที่อยู่กลางเทอม ดังนั้นจึงควรให้เกียรติรัฐบาลชุดต่อไปเป็นผู้ที่ดำเนินการเรื่องนี้) ส่วนที่อ้างว่าจะทำให้มีการติดขัดในเรื่องบประมาณและค่าใช้จ่ายในปีถัดไป ความจริงเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว และธรรมเนียมปฏิบัติก็คือ ให้ใช้งบประมาณของไตรมาสแรกของปีก่อนทดแทนไปก่อนได้. -ตัวเลขที่น่าสนใจยิ่งขึ้นก็คือ ปีนี้มีการตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเป็น 9 แสนล้านกว่าบาท (ปีที่แล้ว 8 แสนล้านกว่าบาท) เป็นงบประมาณที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5.8 % จากตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 5.8% นี้คือค่าเฉลี่ยที่ทุกกระทรวงควรจะได้รับ หรือไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้นเท่าไร แต่เมื่อแกะเอางบประมาณออกมาดู จะเห็นว่า กระทรวงการคลังได้เพิ่มถึง 26 % กว่า ในขณะที่งบประมาณที่ได้น้อยที่สุดและลดลงด้วยในปีถัดไปคือ ทบวงมหาวิทยาลัย -8%. จะเห็นว่าตัวเลขเช่นนี้น่าสงสัยว่าจะให้กระทรวงการคลังไปใช้หนี้ ใช่หรือไม่. เช่นนี้แล้ว การแถลงข่าวเมื่อเช้านี้ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว มันก็เลยยิ่งน่าสงสัยขึ้นไปอีก -ความจริงเรื่องการอ้างตัวเลขว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวนั้น อันที่จริงตัวเลขที่อ้างว่ามีการขยายตัวด้านการส่งออก 5.2% นั้น เป็นบริษัทและโรงงานอุตสาหกรรมต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย สินค้าที่ส่งออกกเป็นพวกสินค้าอิเล็คทรอนิค อะไหล่เครื่องจักร และอื่นๆ. การเพิ่มขึ้นของการส่งออกนี้จึงไม่ได้มีผลต่อการไหลลงมาของเม็ดเงินแต่ประการใด เงินจำนวนนี้ไม่ได้ตกลงมาถึงชาวบ้านหรือเกษตรกรแต่อย่างใด -ความจริงอีกอย่างหนึ่งที่ว่าเศรษฐกิจของประเทศยังไม่ฟื้นตัวก็คือ สถาบันทางการเงินและธนาคารในประเทศยังไม่ปล่อยกู้เหมือนเดิม ธุริกจขนาดกลางและขนาดเล็กยังเงียบเชียบเหมือนดังเดิม เกือบจะไม่มีการขยับตัวแต่อย่างใด -ที่นี้มาดูถึงเงินคงคลัง ตอนที่รัฐบาลสมัยนี้เข้ามาบริหารประเทศมีเงินคงคลังอยู่ราว แสนกว่าล้านบาท แต่ ณ วันนี้มีเงินคงคลังเหลืออยู่เพียง 3 หมื่นกว่าล้านบาท เงินคงคลังที่เหลือน้อยอย่างนี้บอกอะไรกับเรา / อันนี้ต้องย้อนไปดูที่งบประมาณปี 44 ที่ตั้งเป้าไว้ 9 แสนกว่าล้านบาทมาเป็นตัวบอกความมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทย นั่นคือ ตามหลักเศรษฐศาสตร์นั้น เงินคงคลังควรอยู่ที่ตัวเลขเท่าได้จึงจะบอกถึงความมั่นคง. วิธีทำความเข้าใจง่ายๆก็คือ ให้เอาเงินงบประมาณปี 44 มาหารด้วย 12 เดือน จะได้ตัวเลขค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนตกราว 7 หมื่นกว่าล้านบาท. แต่เรามีเงินคงคลังเหลืออยู่เพียง 3 หมื่นกว่าล้านบาท นั่นย่อมหมายถึง เรามีเงินใช้จ่ายเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น. ตามมาตรฐานขั้นต่ำในทางเศรษฐศาสตร์ เราจะต้องมีเงินคงคลังขั้นต่ำอย่างน้อยเท่ากับ 3 เดือน หรือ 2.1 แสนล้านบาทถึงจะเรียกว่าพอมีเสถียรภาพ แต่ในสมัยรัฐบาลเปรม มีนโยบายออกมาชัดเลยว่าต้องมีเงินคงคลังเหลืออยู่อย่างน้อย 6 เดือนถึงจะเรียกได้ว่าปลอดภัย ซึ่งอันนี้เป็นหลักสากลในเชิงเศรษฐศาสตร์มหภาค ทั้งหมดนี้เก็บความมาจากรายการกรองสถานการณ์ แล้วนำมาเรียบเรียง หากรัฐบาลต้องการแก้ต่างกรณีนี้ ก็ควรมาออกรายการดังกล่าวในวันถัดไปเพื่อมาชี้แจงได้ เพื่อเราประชาชนจะได้รับฟังข้อมูลทั้งสองฝ่าย หรืออาจจะมาพบกันบนเวทีสาธารณะเพื่อถกกันถึงเรื่องของเศรษฐกิจไทยว่าพ้นวิกฤตแล้วหรือยัง ?
บทบาทและความเป็นเพศหญิงในสังคมต่างๆทุกวันนี้ เป็นธรรมชาติที่แท้ของความเป็นผู้หญิง หรือเป็นเพียงสิ่งที่วัฒนธรรมปรุงแต่งขึ้น ภาพของผู้หญิงที่เป็นคนที่อ่อนแอ สติปัญญาด้อยกว่าผู้ชาย ชอบใช้อารมณ์ ไม่มีเหตุผล ตัดสินใจอะไรไม่ได้ ไม่มีภาวะผูนำ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งซึ่งวัฒนธรรมสร้างขึ้นจริงหรือ ขอเชิญพบกับคำตอบเหล่านี้ๆได้ในบทความเรื่อง"ความเป็นเพศ" เขียนโดย รศ.วารุณี ภูริสินสิทธิ์ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มช. (มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน) [อ่านรายละเอียดคลิกที่นี่] สนใจติชมบทความ : ส่งถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน midnightuniv@yahoo.com
เตรียมพบกับกิจกรรมใหม่ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ในหัวข้อ "ทางเลือกของชีวิต" หรือ"ชีวิตเลือกได้" อันเป็นประเด็นที่สำคัญอันหนึ่งสำหรับผู้คนในสังคม. ทุกวันนี้ เราคิดว่ามหาวิทยาลัยได้เปิดโอกาสให้ชีวิตมีทางเลือกมากขึ้น แต่ความจริงเรากลับถูกครอบงำโดยมหาวิทยาลัยให้มีทางเลือกอันจำกัด เราอาจเลือกเรียนในสาขาวิชาที่ตนถนัด แต่เราไม่เคยสามารถเลือกการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของเราอย่างเป็นอิสระได้ เพราะมหาวิทยาลัยเปิดให้เราเลือกมากสาขาวิชาก็จริง แต่ไม่เคยยอมให้เรารู้สึกประสบความสำเร็จในชีวิต ถ้าเราไม่ทำงานในบริษัทขนาดใหญ่ทั้งไทยและเทศ หรือองค์กรธุรกิจต่างๆ หรือหน่วยงานราชการทั้งหลาย. มหาวิทยาลัยทั่วไป สอนให้เรารับใช้องค์กรขนาดใหญ่และกลางเหล่านี้ โดยไม่เคยสอนให้เราทวนกระแส และหันมารับใช้ตนเอง มีความรักในความมีอิสระ และเลือกที่จะใช้ชีวิตที่ตนเองชอบ โดยไม่รู้สึกอับอายและภาคภูมิในตนเองในการกล้าเลือกและกล้าตัดสินใจ ทำไมเราจบมาทางด้านวิทยาศาสตร์แล้ว เราจะขายก๊วยเตี๋ยวไม่ได้, หรือทำไมเราเรียนแพทย์แล้ว เราจะเป็นนักแปลวรรรกรรมไม่ได้, เรียนจบมาทางด้านสังคมวิทยา แล้วไปขายยาสมุนไพรไม่ได้หรือ / บางคนบอกว่า เราทำงานไม่คุ้มกับภาษีของผู้คนที่ส่งให้เราเรียนมหาวิทยาลัย ประเด็นนี้ภาษีที่คนส่วนใหญ่ต้องจ่ายให้กับระบบการศึกษาไม่เคยมีเหตุผลอยู่แล้ว มันไม่เคยหวนกลับมาเป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่เลย เพราะระบบการศึกษาของเราไม่ได้ตั้งใจที่จะจัดการศึกษาขึ้นมาเพื่อรับใช้หรือให้ประโยชน์ต่อความต้องการของคนส่วนใหญ่ แต่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานราชการ องค์กรธุรกิจ และบรรษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้ผู้เชี่ยวชาญมาโดยตลอด. เวลาที่เราคิดถึงสังคมจึงไม่มี มุ่งแต่เงินเดือนสูง ทำงานน้อย เป็นหัวหน้าคนอื่น สร้างให้เราเป็นคนต้องแข่งขันเพื่อเป็นที่หนึ่ง แล้วสังคมก็เครียด คนที่แพ้ก็รุนแรงขึ้น เพราะเรายึดมั่นกับความสำเร็จที่ผิด ซึ่งมุ่งเข้าหาตัวเอง. เราลองคิดทวนกระแส เป็นไปเพื่อความรักและเคารพในตน ไม่มุ่งแสวงหาเงินเดือนสูง ทำงานหนักให้ผู้อื่น ทำตามกรอบแห่งความถูกต้อง ไม่ต้องแข่งขัน ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย มุ่งรับใช้คนส่วนใหญ่ และตั้งใจสร้างสังคมที่เป็นธรรม อะไรจะเกิดขึ้นหากเราเลือกใช้ชีวิตตามที่เรารัก คิดทวนกระแส และเป็นกบฎต่อมหาวิทยาลัยกลางวัน ที่มุ่งรับใช้คนส่วนน้อย ที่กำลังบริโภคทรัพยากรทั้งหมดรวมทั้งบริโภคคน จนคนที่ไม่รู้ตัวกำลังเดินตามความต้องการของความหิวโหยนั้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เตรียมพบกับ การเสวนาจากประสบการณ์ชีวิตของคนที่ทวนกระแส ด้วยประสบการณ์จากชีวิตจริงเร็วๆนี้ ในชั้นเรียนของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และ website ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน แห่งนี้
|