ข้อมูลข่าวสารจากองค์กรต่างๆ
ลำดับที่ 361 หัวเรื่อง
สารบัญข้อมูล ส่งมาจากองค์กรต่างๆ
สมเกียรติ
ตั้งนโม
และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ร่วมพิจารณาคัดเลือก
บริการเผยแพร่
เพื่อสาธารณประโยชน์
หากนักศึกษาหรือสมาชิก
ประสบปัญหาภาพและตัวหนังสือซ้อนกัน กรุณาลดขนาดของ font ลง จะแก้ปัญหาได้
บทความของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน สามารถคัดลอกไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการได้ หากนำไปใช้ประโยชน์
กรุณาแจ้งให้ทราบที่
midnightuniv@yahoo.com
midnight2545@yahoo.com
แถลงการณ์
คปส. คัดค้านการแปรรูป กิจการสื่อสารมวลชน
รัฐบาลไม่มีสิทธิ์แปรรูป
อ.ส.ม.ท. ผิดรัฐธรรมนูญ
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ
(บทความนี้ ยาวประมาณ 4 หน้ากระดาษ A4)
แถลงการณ์ คปส. คัดค้านการแปรรูป กิจการสื่อสารมวลชน
รัฐบาลไม่มีสิทธิ์แปรรูป อ.ส.ม.ท. ผิดรัฐธรรมนูญ สื่อ ไม่ใช่ ธุรกิจเก็งกำไร
จากกรณี พนักงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เครือข่ายองค์กรประชาชน องค์กรประชาธิปไตย ได้ลุกขึ้นมาคัดค้านนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจด้านสาธารณูปโภคให้เข้าสู่กลไกตลาด (แบบผูกขาด) ทำให้ทรัพย์สินส่วนรวมที่ต้องบริการสาธารณะตกเป็นทรัพย์สินของบรรษัทเอกชนและนักเก็งกำไรในอนาคต
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) และเครือข่ายสื่อภาคประชาชน ขอสนับสนุนการคัดค้านดังกล่าวของพนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคประชาชนเพื่อปกป้องทรัพยากรสาธารณะไม่ให้ตกอยู่ในวงจรของระบบเศรษฐกิจแบบผูกขาด ที่เอื้อประโยชน์ให้นายทุนกลุ่มน้อยมากกว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
นอกจากนั้น ในสถานการณ์ปัจจุบัน คปส. จำเป็นต้องออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านนโยบายในการแปรรูปกิจการสื่อสารมวลชน วิทยุกระจายและกิจการโทรทัศน์ โดยเริ่มต้นจากแนวคิดการแปรรูป องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ม.ท. หนึ่งในรัฐวิสาหกิจด้านสื่อที่อยู่ในแผนการแปรรูปของรัฐบาลในอันดับต่อไป
"ตามที่ มติคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบการแปลงสภาพองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยทั้งองค์การ ให้เป็นบริษัทมหาชนจำกัด ตามแนวทางของพระราชบัญญัติ ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 แล้วเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2546 โดยกำหนดเป้าหมายการแปลงสภาพ เสนอขายหุ้น และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2547 (ภายในเดือนมิถุนายนนี้) ด้วยเหตุผลของการพัฒนาให้ อ.ส.ม.ท. เป็นศูนย์กลางด้านการข่าวของภูมิภาค เป็นสื่อของรัฐในการประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์ของประเทศสู่ประชาชนและประชาคมโลก และสามารถแข่งขันกับสื่อต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเท่าเทียม ตลอดจนถึงเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงจากมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน"
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คปส. ได้แสดงจุดยืนตรวจสอบและคัดค้านการดำเนินการของรัฐและเอกชนที่ละเมิดหลักการรัฐธรรมนูญมาตรา 40 ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนสัญญาสัมปทานสื่อวิทยุโทรทัศน์ รวมทั้งแนวคิดการแปรรูปสื่อของรัฐให้เป็นเอกชน ทว่ารัฐบาลไม่เคยสนใจรับฟังการตรวจสอบและข้อเสนอแนะดังกล่าวจากสังคม
ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ คปส. จะต้องร่วมกับพันธมิตรเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน ดำเนินการติดตามข้อมูลและเคลื่อนไหวคัดค้านแนวคิดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างถึงที่สุด โดย คปส.จะรวบรวมข้อมูลและประสานองค์กรพันธมิตรเคลื่อนไหวรณรงค์ในประเด็นดังกล่าวควบคู่ไปกับการคัดค้านการแปรรูปรัฐิวิสาหกิจโดยภาพรวม ทั้งการเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐและรณรงค์ต่อสาธารณะ
คปส. คัดค้าน การ แปรรูป อ.ส.ม.ท. ด้วยหลักการดังต่อไปนี้
1. เป็นการทำผิด เข้าข่ายละเมิด เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมาตรา 40 ที่ต้องให้องค์กรอิสระ คือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) เป็นผู้กำกับดูแลกิจการวิทยุโทรทัศน์ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ดังนั้น รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ และไม่มีความชอบธรรมในการแปรรูป เพราะเป็นการละเมิดหน้าที่ กสช. และ หลักการในรัฐธรรมนูญ
2. สื่อสารมวลชนเป็นกิจการที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพ และประโยชน์สาธารณะขั้นพื้นฐานของประชาชน ไม่ใช่ธุรกิจการบริการที่เน้นการแสวงหาผลกำไรสูงสุด และไม่ใช่ธุรกิจเก็งกำไร ดังนั้นการแปรรูปให้กลไกตลาดเป็นผู้กำหนด จึงไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมในการปฏิรูประบบวิทยุโทรทัศน์ กรณี ไอทีวี ถือเป็นกรณีศึกษาที่เห็นได้ชัดถึงจุดอ่อนของการปล่อยให้สื่อเข้าสู่กลไปตลาดที่เอกชนมีอำนาจเหนือสาธารณะและประชาชน
3. การแปรรูปกิจการสื่อสารมวลชนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เป็นการเปิดช่องให้เกิดการควบรวมกิจการแบบผูกขาด โดยกลุ่มทุนรายใหญ่ทั้งในชาติและต่างชาติ สุดท้ายสื่อจะตกเป็นเครื่องมือของธุรกิจเก็งกำไร และไม่ได้รับผิดชอบต่อประชาชนอีกต่อไป อันจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารของประชาชน
4. นโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และกิจการสื่อสารมวลชน ของรัฐบาลมีความไม่โปร่งใส และมีความไม่ชอบมาพากล ทั้งในเรื่องข้อเท็จจริง หลักการและเหตุผล สะท้อนถึงความคลางแคลงใจว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่จงใจจะเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนธุรกิจการเมืองใกล้ชิดรัฐบาล โดยเอาทรัพยากรสาธารณะเป็นเครื่องมือ และมีผลประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นเดิมพัน
ดังนั้น คปส. จึงเรียกร้องรัฐบาล ให้ทบทวนแนวทางการแปรรูป อ.ส.ม.ท. และให้กลับมาผลักดันแนวทางการปฏิรูปสื่อวิทยุโทรทัศน์ ตามเจตนารมณ์ มาตรา 40 ให้เป็นจริงเป็นจังมากขึ้น ด้วยมาตรการดังนี้
- ยกเลิกมติ คณะรัฐมนตรี 19 มกราคม 2546 กรณีการแปรรูป อ.ส.ม.ท.
- เร่งผลักดัน องค์กรอิสระคือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) เพื่อทำหน้าที่ในการปฏิรูปสื่อร่วมกับภาคประชาชน เนื่องจากปัจจุบันมีการเตะถ่วงให้ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลซึ่ง รัฐบาล ไม่ใส่ใจในการเร่งรัดให้เกิดกลไกตามมาตรา 40- ผลักดัน ร่าง พรบ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการปฏิรูปสื่อ ให้เกิดประโยชน์ต่อภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนอย่างเหมาะสม
- พัฒนาแนวคิดเรื่องการปรับปรุงสื่อของรัฐให้เป็นสถานีบริการสาธารณะ ที่ประชาชนมีส่วนในการเป็นเจ้าของและกำกับดูแลโดยตรง เช่นแนวคิดแบบ บีบีซี (BBC) ในประเทศอังกฤษ แทนที่จะเลือกช่องทางการแปรรูปเข้าสู้ตลาดหลักทรัพย์แต่เพียงอย่างเดียว- เปิดเผย ข้อมูล รอบด้านกับสังคม และ รณรงค์ให้ประชาชนในแสดงความคิดเห็น หรือ ทำประชาพิจารณ์ ในการปฏิรูปสื่อสารมวลชน วิทยุ-โทรทัศน์ ตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
สุดท้าย การแปรรูปกิจการสาธารณะเข้าสู่กำมือของเอกชน เป็นการตัดสายใยและความรับผิดชอบออกจากประชาชน เพราะในกลไกตลาด เป้าหมายคือการสร้างผลกำไรสูงสุดให้กับนักธุรกิจและนักลงทุน ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม
ที่สำคัญยังเป็นทำลายหลักการประชาธิปไตย และ ลดคุณค่า ศักดิ์ศรี ของประชาชนเจ้าของประเทศให้กลายเป็นเพียงผู้เฝ้ามอง และผู้ได้รับผลกระทบที่เหลือเสรีภาพเท่ากับทุนที่มีเท่านั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยอย่างรุนแรงอีกก้าวหนึ่งในวงล้อมของระบบทุนนิยม และการเมืองแบบผูกขาดพวกพ้องในปัจจุบัน ความขัดแย้งครั้งนี้ จึงมีอนาคตสังคมไทยและผลประโยชน์ประเทศชาติ เป็นเดิมพัน
เชื่อมั่นในพลังประชาชน
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ
14 มีนาคม 2547
สารบัญข้อมูล : ส่งมาจากองค์กรต่างๆ
ไปหน้าแรกของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน I สมัครสมาชิก I สารบัญเนื้อหา 1I สารบัญเนื้อหา 2 I ประวัติ ม.เที่ยงคืน
e-mail : midnightuniv@yahoo.com
หากประสบปัญหาการส่ง
e-mail ถึงมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจากเดิม
midnightuniv@yahoo.com
ให้ส่งไปที่ใหม่คือ
midnight2545@yahoo.com
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะได้รับจดหมายเหมือนเดิม
สำหรับสมาชิกที่ต้องการ download ข้อมูล อาจใช้วิธีการง่ายๆดังต่อไปนี้
1. ให้ทำ hyper text ข้อมูลทั้งหมด
2. copy ข้อมูลด้วยคำสั่ง Ctrl + C
3. เปิด word ขึ้นมา (microsoft-word หรือ word pad)
4. Paste โดยใช้คำสั่ง Ctrl + V
จะได้ข้อมูลมา ซึ่งย่อหน้าเหมือนกับต้นฉบับทุกประการ
(กรณีตัวหนังสือสีจาง ให้เปลี่ยนสีเป็นสีเข้มในโปรแกรม Microsoft-word)

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
กลางวันเรามองเห็นอะไรได้ชัดเจน
แต่กลางคืนเราต้องอาศัยจินตนาการ
Website ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สร้างขึ้นมาเพื่อผู้สนใจในการศึกษา
โดยไม่จำกัดคุณวุฒิ
สนใจสมัครเป็นสมาชิก
กรุณาคลิก member page
ส่วนผู้ที่ต้องการดูหัวข้อบทความ
ทั้งหมด ที่มีบริการอยู่ขณะนี้
กรุณาคลิกที่ contents page
หรือหน้าสารบัญ ซึ่งมีอยู่ 2 หน้า
และผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น
หรือประกาศข่าว
กรุณาคลิกที่ปุ่ม webboard
หากต้องการติดต่อกับ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
ส่ง mail ตามที่อยู่ข้างล่างนี้
midnight2545@yahoo.com
midnightuniv@yahoo.com
ภาพรวมของเว็ปไซค์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ประกอบด้วย บทความทางวิชาการ บทความแปลและเรียบเรียง บทความถอดเทป บทความจากสมาชิกมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ข่าว และกระดานแสดงความคิดเห็น (สำหรับส่วนที่นักศึกษา และสมาชิกกำลังชมอยู่นี้ เป็นเว็ปเพจใหม่ ที่รวบรวมข่าวสารข้อมูลจากองค์กรต่างๆ ซึ่งส่งจดหมายมาถึงกองบรรณาธิการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เพื่อทราบ หากกองบรรณาธิการพิจารณาแล้วว่า จดหมายหรือข้อมูลใด เป็นประโยชน์ต่อสังคม จะนำมาเผยแพร่แพร่ต่อบนหน้านี้
ประวัติเกี่ยวกับ"หน้าสารบัญข้อมูล จากองค์กรต่างๆ" เริ่มเปิดดำเนินการขึ้นครั้งแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗ วัตถุประสงค์เพื่อ รวบรวมข่าวสารข้อมูล ที่มีสาระประโยชน์ต่อสังคม และเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนในวงกว้าง หากสนใจส่งข่าวสารข้อมูล ส่งมาได้ที่ midnightuniv@yahoo.com
ข้อมูลหน้านี้
ได้รับจากองค์กรต่างๆซึ่งมีจดหมายมาถึง
กองบรรณาธิการ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
สนใจเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณชน
กรุณาส่งไปที่
midnightuniv@yahoo.com