cialis order canada
cialis canadian
buy viagra without rx
viagra street price
exercise on cialis
buy viagra in uk
where can i purchase cialis
viagra sales hong kong
viagra generic equivalent
viagra 100mg
viagra uk purchase
order generic cialis
cialis order canada
viagra cheap generic
Web Design & Hosting Support  by THAIIS Chiang Mai
2013035

Verlust der Nacht: กลางคืนที่หายไปในเบอร์ลิน: ปีดิเทพ อยู่ยืนยง

Filed under : INTEGRATED SCIENCE > SCIENCE

“ในเวลากลางคืนตามธรรมชาติควรเป็นช่วงเวลาที่มีความมืดหรือท้องฟ้าควรจะมีความมืดมิดในเวลากลางคืนตามธรรมชาติ”

 

Verlust der Nacht: กลางคืนที่หายไปในเบอร์ลิน

 

ปีดิเทพ อยู่ยืนยง

นักวิจัยประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดอมงฟอร์ต สหราชอาณาจักร

อีเมลล์ pedithep.youyuenyong@email.dmu.ac.uk

 

แสงประดิษฐ์ (Künstliches Licht) หรือแสงสว่างที่กำเนิดมาจากหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น ได้ส่งผลต่อวิถีชีวิตและการประกอบกิจกรรมต่างๆ ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเบอร์ลินตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยการขยายตัวของพื้นที่ชุมชนเมือง การพัฒนาอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมในด้านต่างๆ และการบูรณะสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ภายหลังจากการถูกโจมตีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ส่งผลให้มีการติดตั้งหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟเพื่อให้ความสว่างและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนชาวเยอรมันที่อาศัยอยู่ในกรุงเบอร์ลิน

 

แสงสว่างจากหลอดไฟ้ฟ้าหรือโคมไฟที่ติดตั้งในกรุงเบอร์ลินอาจมีอยู่มากมายหลายประเภท อาทิ ไฟถนน ไฟรักษาความปลอดภัย ไฟประกอบกิจกรรมนันทนาการและกีฬา ไฟส่องสว่างบริเวณสาธารณูปโภคด้านคมนาคม ไฟหน้าร้านและป้ายโฆษณาเพื่อประโยชน์ด้านพาณิชยกรรม แสงไฟบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และไฟประดับในเทศกาลเฉลิมฉลองและประเพณีทางศาสนา ซึ่งหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟประเภทต่างๆ เหล่านี้เองได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านความปลอดภัยในการคมนาคมขนส่งในเวลากลางคืน การรักษาความปลอดภัยภายนอกอาคาร การบริการสาธารณะของภาครัฐ การประกอบกิจกรรมด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมของภาคเอกชน และการยืดเวลาประกอบกิจกรรมทำให้ชาวกรุงเบอร์ลินสามารถประกอบกิจกรรมภายนอกอาคารในเวลากลางคืนได้เสมือนหนึ่งเป็นเวลากลางวัน

 

รูปที่ 1: ประตู Brandenburg Gate ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ได้ถูกประดับด้วยหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟภายนอกอาคารหลายประเภท ซึ่งแม้ว่าแสงสว่างจะช่วยเพิ่มคุณค่าทางสถาปัตยกรรมในเวลากลางคืน แต่แสงสว่างอาจก่อให้เกิดแสงเรืองขึ้นไปบนท้องฟ้าในท้องฟ้าบริเวณพื้นที่ชุมชนเมืองกรุงเบอร์ลิน (รูปถ่ายโดยผู้เขียน)

 

อย่างไรก็ดี แสงสว่างภายนอกอาคารในเวลากลางคืนอันมาจากหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟภายนอกอาคาร ที่เกิดจากการขยายตัวของพื้นที่ชุมชนเมืองและการเจริญของอุตสาหกรรมด้านต่างๆ ในพื้นที่ชุมชนเมืองกรุงเบอร์ลิน ย่อมอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเวลากลางคืนได้ เพราะในเวลากลางคืนตามธรรมชาติควรเป็นช่วงเวลาที่มีความมืดหรือท้องฟ้าควรจะมีความมืดมิดในเวลากลางคืนตามธรรมชาติ (Natürlich dunklen Himmel) โดยมนุษย์ ทรัพยากรทางธรรมชาติ สัตว์ป่าและพืชพันธุ์ประเภทต่างๆ ต่างก็อาศัยประโยชน์จากความมืดตามธรรมชาติดำเนินกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิตของตน เช่น การนอนหลับพักผ่อนในเวลากลางคืน การสืบพันธุ์ การออกหาอาหารในเวลากลางคืน การอาศัยอยู่ในพื้นที่มืดสำหรับสิ่งมีชีวิตในบางประเภท เป็นต้น

 

รูปที่ 2: แสงสว่างในย่านการค้ากรุงเบอร์ลินที่มีการใช้หลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟภายนอกอาคารหลายประเทศ ซึ่งหากหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงประดิษฐ์ไม่ได้รับการออกแบบหรือติดตั้งที่ดีแล้ว ก็อาจก่อให้เกิดปัญหามลภาวะทางแสงได้ (รูปถ่ายโดยผู้เขียน)

 

อนึ่ง การใช้แสงสว่างที่ไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในเวลากลางคืนที่แท้จริง ย่อมอาจส่องผลกระทบตามมาต่อวัฏจักรการดำรงชีวิตของทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายในกรุงเบอร์ลินได้ ด้วยเหตุนี้เอง แสงสว่างที่มีปริมาณค่าความส่องสว่าง ที่ไม่เหมาะสมกับลักษณะหรือวัตถุประสงค์ของการใช้งานในแต่ละพื้นที แสงสว่างที่มีทิศทางการส่องสว่างที่มีทิศทางการส่องสว่างที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สีของแสงบางสีที่อาจกระทบต่อการดำรงชีพของสัตว์และสิ่งมีชีวิตบางประเภท และแสงสว่างที่มีการใช้งานในสถานที่หรือเวลาที่ไม่เหมาะสม จึงอาจกลายมาเป็นมลภาวะที่อาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ เฉกเช่นเดียวกันกับมลภาวะประเภทอื่นๆ

 

มลภาวะทางแสง (Lichtverschmutzung) ได้แก่ การใช้งานแสงประดิษฐ์จากหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟภายนอกอาคาร ที่มีทิศทางการส่องของแสงประดิษฐ์ที่ไม่เหมาะสม ที่มีค่าความส่องสว่างที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งานของแสงสว่างในแต่ละพื้นที่หรือลักษณะของกิจกรรมที่ทำในแต่ละพื้นที่ และการใช้งานของแสงประดิษฐ์ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ รวมไปถึงการใช้งานแสงสว่างผิดสถานที่และผิดเวลา การใช้งานแสงสว่างเหล่านี้เองย่อมทำให้แสงประดิษฐ์จากหลอดไฟฟ้าหรือโคมภายนอกอาคารกลายมาเป็นมลภาวะที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเวลากลางคืนได้ ทั้งนี้ การออกแบบหรือติดตั้งหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟภายนอกอาคารที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการใช้งานหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเวลากลางคืนหรือธรรมชาติที่ต้องการความมืดมิดที่เหมาะสมในเวลากลางคืน ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะทางแสงที่สามารถก่อให้เกิดผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อมในกรุงเบอร์ลินได้

 

 

 

 

 

 

 

รูปที่ 3 -4: แม้ว่าแสงสว่างจากไฟโฆษณาสินค้าและไฟแสดงสินค้า จะมีส่วนช่วยดึงดูดผู้บริโภค ให้เข้าไปใช้บริการหรือเลือกซื้อสินค้าในอาคาร แต่การเปิดไฟแสดงสินค้าโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาใช้งานจากรัฐ ก็อาจทำให้เกิดมลภาวะทางแสงที่ทำให้ชุมชนเมืองเสียธรรมชาติในยามค่ำคืนไป        (รูปถ่ายโดยผู้เขียน)

 

แม้ว่าประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐในกรุงเบอร์ลินต้องการใช้งานแสงประดิษฐ์ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม การใช้งานแสงสว่างที่มีทิศทางการส่องของแสงที่ไม่เหมาะสมหรือการใช้งานแสงสว่างที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมย่อมทำให้กรุงเบอร์ลินสูญเสียธรรมชาติในเวลากลางคืนหรือสภาพแวดล้อมในเวลากลางคืน ที่แท้จริงแล้วในเวลากลางคืนนั้นควรเป็นเวลาที่มีความมืดตามธรรมชาติ ดังนั้น การสูญเสียความมืดในเวลากลางคืน (Verlust der Nacht) ในกรุงเบอร์ลิน จึงอาจก่อให้เกิดปัญหาประการต่างๆ ในด้านการศึกษาวิจัยดาราศาสตร์ การดูดาวบนท้องฟ้า การศึกษาวัตถุบนท้องฟ้าและการศึกษาปรากฎการณ์บนท้องฟ้าในเวลากลางคืน ประชาชนชาวกรุงเบอร์ลินอาจมองไม่เห็นดวงดาวบนท้องฟ้าในเวลากลางคืนด้วยตาเปล่าได้ เพราะแสงสว่างจากหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟภายนอกอาคารในพื้นที่ชุมชนมหานครเบอร์ลินที่ส่องขึ้นไปบนท้องฟ้าในเวลากลางคืนในปริมาณมาก ย่อมส่งผลให้เกิดแสงที่เรืองขึ้นไปบนท้องฟ้า (Lichtsmog) ซึ่งแสงที่เรืองขึ้นไปบนท้องฟ้าดังกล่าวได้ก่อให้เกิด ท้องฟ้าที่เรืองเป็นสีส้มในเวลากลางคืน จนทำให้ลดสภาพแวดล้อมอันมืดมิดในชั้นบรรยากาศในเวลากลางคืนทำให้ประชาชนโดยทั่วไปไม่อาจสังเกตปรากฎการณ์ทางธรรมชาติบนท้องฟ้าหรือวัตถุบนชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ แสงสว่างที่มีทิศทางการส่องที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดแสงที่เล็ดลอดออกมาทำลายบรรยากาศในเวลากลางคืน (Streulich) อันส่งผลให้เกิดการรบกวนประสิทธิภาพการทำงานของกล้องโทรทรรศน์ทำให้กล้องโทรทรรศน์ของนักดาราศาสตร์สมัครเล่นและนักวิชาการด้านดาราศาสตร์ ไม่สามารถสังเกตปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได้ดีในพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีการใช้งานแสงสว่างภายนอกอาคารจากการติดตั้งหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟภายนอกอาคารในบริเวณพื้นที่ชุมชนเมืองเป็นจำนวนมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รูปที่ 5-6: รูปภาพไฟส่องสว่างภายนอกอาคารในเยอรมนีช่วงระหว่าง ปี ค.ศ. 1992/1993 (รูปที่ 5) และรูปภาพไฟส่องสว่างภายนอกอาคารในเยอรมนีปี ค.ศ. 2000 (รูปที่ 6) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบปริมาณการใช้งานแสงสว่างภายนอกอาคารแล้ว ในปี ค.ศ. 2000 มีพื้นที่การใช้งานแสงสว่างภายนอกอาคารเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก (อ้างอิงจาก: Hänel, A., Das Ausmaß der Lichtverschmutzung, Quelle: http://www.lichtverschmutzung.de/seiten/seite2.php © A.Hänel – ลิขสิทธิ์ของท่านอาจารย์ ดร. Andreas Hänel)

นอกจากนี้ ปัญหาด้านมลภาวะทางแสงยังส่งผลกระทบในด้านลบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะตามธรรมชาติในเวลากลางคืนแล้ว ระบบนิเวศหลายระบบ สัตว์ป่าหลายประเภทและพืชหลายจำพวก จำต้องอาศัยความมืดมิดตามธรรมชาติในเวลากลางคืน ในการประกอบกิจกรรมตามธรรมชาติ ได้แก่ การสืบพันธุ์ในเวลากลางคืน การอาศัยความมืดออกหาอาหารในเวลากลางคืน การผสมพันธุ์ในเวลากลางคืน และการอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานในเวลากลางคืน แต่ทว่าความสว่างจากหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟภายนอกอาคารที่ได้รับการออกแบบที่ไม่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานในแต่ละพื้นที่และการติดตั้งหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมในเวลากลางคืนในแต่ละพื้นที่ ย่อมอาจกลายเป็นอันตรายและส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตประเภทต่างๆ ที่ต้องอาศัยธรรมชาติความมืดมิดในการประกอบกิจกรรมในเวลากลางคืนโดยทั่วไป

 

แม้ว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเบอร์ลินหลายฝ่ายออกมาแสดงความวิตกกับปัญหามลภาวะทางแสงและได้ออกมาสนับสนุนให้มีการลดผลกระทบอันเนื่องมาจากปัญหามลภาวะทางแสงที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในกรุงเบอร์ลินหรืออยู่บริเวณรอบๆ ปริมลฑลของกรุงเบอร์ลิน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการของรัฐที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและองค์กรพัฒนาเอกชนที่ต่อสู้กับปัญหามลภาวะทางแสง อย่างไรก็ดี การเคลื่อนไหวต่างๆ ของภาครัฐ เอกชนและผู้เกี่ยวข้องอาจมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ สำหรับอุปสรรคที่สำคัญประการหนึ่งนั้นก็คือ การไม่มีมาตรการทางกฎหมายเฉพาะสำหรับการควบคุมมลภาวะทางแสงในพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีการติดตั้งไฟส่องสว่างภายนอกอาคารเป็นจำนวนมากและอาจมีความเสี่ยงประชาชนและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในชุมชนเมืองจะได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางแสงในพื้นที่ชุมชนเมือง อนึ่ง กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดับชาติของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีหลายฉบับได้กำหนดมาตรการในการควบคุมมลพิษและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นการทั่วไป ได้แก่ กฎหมายควบคุมมลพิษระดับสหพันธรัฐ (Bundes-Immissionsschutzgesetz – BimSchG) กฎหมายอนุรักษ์ธรรมชาติระดับสหพันธรัฐ (Bundesnaturschutzgesetz – BNatSchG) and กฎหมายจัดการป่าไม้ระดับสหพันธรัฐ (Bundeswaldgesetz – BWaldG) หากแต่กฎหมายฉบับต่างๆ นี้ มิได้กำหนดมาตรการควบคุมมลภาวะทางแสงสำหรับบังคับใช้กับการใช้งาน การออกแบบและการติดตั้งหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟภายในและภายนอกอาคารในทุกกรณีในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี แม้ว่ากฎหมายควบคุมมลพิษระดับสหพันธรัฐหรือ BNatSchG  ระบุว่าแสง (Licht) อาจกลายมาเป็นมลภาวะหรือมลพิษได้  นอกจากนี้ กฎหมายควบคุมมลพิษระดับสหพันธรัฐหรือ BNatSchG ได้กำหนดอำนาจแก่คณะกรรมการกลางควบคุมมลพิษระดับสหพันธ์และรัฐ (Bund/Länder-Arbeitsgemeinschaft für Immissionsschutz – LAI) ในการประเมินผลกระทบของมลภาวะทางแสงที่อาจกระทบต่อประชาชน สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมในกรุงเบอรลิน (Beurteilung der Wirkung von Lichtimmissionen auf Menschen, Tiere und Pflanzen durch Licht emittierende) และกฎหมายดังกล่าวได้ให้อำนาจแก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบมาตรฐานการใช้งานของการออกแบบหรือติดตั้งไฟส่องสว่างประเภทต่างๆ ในสถานประกอบกิจการอุตสาหกรรม หากแต่ทว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้ให้อำนาจแก่รัฐหรือหน่วยงานรัฐในการตรวจสอบการออกแบบหรือติดตั้งไฟส่องสว่างที่ติดตั้งโดยประชาชนทั่วไป หน่วยงานของรัฐ และสมาคมที่จดทะเบียนในทุกกรณีที่ประชาชน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมมีโอกาสได้รับอันตรายหรือผลกระทบจากมลภาวะทางแสงได้

 

นอกจากนี้ แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมาได้มีเอกสารข้อแนะนำจากบริษัท ไลท์ติ้งเยอรมัน ที่ 12.2 ค.ศ. 1996 (LiTG-Veröffentlichung Nr. 12.2 von 1996) ที่ให้คำแนะนำว่าคณะกรรมการกลางควบคุมมลพิษระดับสหพันธ์และรัฐหรือ LAI ควรมีอำนาจและหน้าที่ในการประเมินว่าแสงสว่างภายนอกอาคารและไฟส่องสว่างสาธารณะอาจก่อนให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมโดยทั่วไป รวมไปถึงแสงสว่างจากไฟส่องสว่างสาธารณะหรือไฟรักษาความปลอดภัยภายนอกอาคารอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ (Belästigung) ต่อสุขภาพ อนามัย ชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่อาศัยอยู่โดยรอบบริเวณที่มีการติดตั้งแสงสว่างภายนอกอาคารนั้นๆ แต่ทว่าคำแนะนำดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาพัฒนาให้เป็นมาตรการเฉพาะในการจัดการกับปัญหามลภาวะทางแสงในพื้นที่ชุมชนเมืองขนาดใหญ่หรือชุมชนเมืองที่มีการใช้งานหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟภายนอกอาคารเป็นจำนวนมากแต่อย่างใด

 

จากที่ได้กล่าวมาในข้างต้น อาจเห็นได้ว่าในปัจจุบันแม้กฎหมายสิ่งแวดล้อมเยอรมันได้ให้อำนาจแก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการประเมินผลกระทบจากมลภาวะทางแสง ว่าการใช้งานมีความสว่างปลอดภัยต่อผู้ที่ใช้งานหรือประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาคาร สิ่งปลูกสร้างหรือบริเวณพื้นที่โดยรอบหรือไม่ แต่กฎหมายสิ่งแวดล้อมเยอรมันกลับไม่ได้ให้อำนาจแก่รัฐหรือหน่วยงานของรัฐในการตรวจสอบ ควบคุมหรือจำกัดการใช้งานแสงสว่างภายนอกอาคารที่อาจก่อให้เกิดปัญหามลภาวะทางแสงได้ในทุกกรณี อีกประการหนึ่ง กฎหมายสิ่งแวดล้อมเยอรมันในปัจจุบันยังไม่ได้กำหนดมาตรการเฉพาะในการควบคุมมลภาวะทางแสงอย่างเคร่งครัด เช่น การกำหนดมาตรการติดตั้งโล่ไฟ (Lichtschutz) และการกำหนดการกำหนดพื้นที่ปลอดมลภาวะทางแสงในอุทยานแห่งชาติหรือพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (Nationalparken) เป็นต้น

 

ด้วยเหตุนี้เอง รัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมในระดับรัฐ (Länder) มลรัฐ (Flächenländer) และนครรัฐ (Stadtstaaten) จึงควรแสวงหาและกำหนดนโยบายและมาตรการทางกฎหมายเฉพาะในการควบคุมปัญหามลภาวะทางแสงไม่ให้มลภาวะทางแสงจากการใช้งานหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถก่อปัญหาต่อประชาชนชาวเยอรมันได้ อนึ่ง กรุงเบอร์ลินถือเป็นหนึ่งในสามนครรัฐที่สำคัญของสหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี อันเป็นเมืองหลวงที่ประกอบด้วยประชากรเป็นจำนวนมากและมีการใช้งานแสงประดิษฐ์จากหลอดไฟฟ้าหรือโคมไฟส่องสว่างในรูปแบบต่างๆ เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นไฟถนน ไฟโฆษณา ไฟแสดงสินค้า ไฟรักษาความปลอดภัย ไฟสนามกีฬาขนาดใหญ่ ไฟสวนสาธารณะ ไฟในสถานที่ท่องเที่ยวหรือโบราณสถานและไฟประดับภายนอกอาคารตามเทศกาลต่างๆ เป็นต้น ดังนั้น รัฐบาลกลางของสหพันธ์สาธารณรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นกรุงเบอร์ลินจึงจำต้องแสวงหาแนวทางและมาตรการในการควบคุมมลภาวะทางแสงไม่ให้มลภาวะทางแสงได้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในกรุงเบอร์ลินและปริมณฑลในอนาคต เพื่อปกป้อง “ธรรมชาติในเวลากลางคืน” หรือ “ความมืดตามธรรมชาติ” ให้อยู่คู่ชนรุ่นหลังต่อไป

 

รูปที่ 7: การขยายตัวของพื้นที่ชุมชนเมืองในเบอร์ลินย่อมทำให้เกิดการติดตั้งไฟส่องสว่างภายนอกอาคารที่เพิ่มมากขึ้นตามการขยายตัวของพื้นที่ชุมชนเมืองและการพัฒนาสาธารณูปโภคอื่นๆที่ต้องการแสงสว่างในกรุงเบอร์ลิน (อ้างอิงจาก: Freie Universität Berlin, Unter die Lupe genommen: Berlin bei Nacht Wissenschaftler veröffentlichen hochaufgelöstes Nachtbild Berlins: Lichtverschmutzung lässt sich besser denn je erforschen Nr. 252/2012 vom 10.09.2012, Quelle: http://www.fu-berlin.de/presse/informationen/fup/2012/fup_12_252/)

 

เอกสารอ้างอิง

Baudirektion Kanton Zürich, Zürcher UmweltPraxis, UMWELTPRAXIS Nr. 74 / Oktober 2013, Quelle: http://www.umweltschutz2.zh.ch/db/pdf/ZUP74_13-ganz.pdf

Der Band Held, M., Hölker, F. & Jessel, B., Schutz der Nacht – Lichtverschmutzung, Biodiversität und Nachtlandschaft. – BfN-Skripten 336, Bundesamt für Naturschutz, 2013.

Hänsch, R., Könecke, B., Pottharst, M., & Wukovitsch, F., Kosten und externe Effekte des künstlichen Lichts sowie Ansätze der ökonomischen Bewertung. Schriftenreihe Verlust der Nacht, Band 1, Universitätsverlag der TU Berlin, 2012.

Ihre-Ansprechpartner beim NUBU-Bundesverband, Ökologische Stadtbeleuchtung: Kommunale Lichtplanung für Energieeffisiens und Naturschutz, Ihre-Ansprechpartner beim NUBU-Bundesverband, 2013.

Leibniz-Gemeinschaft e.V. (Hrsg.), Zwischenruf – Verlust der Nacht. Heft 2/2009, Bonn. Der Zwischenruf der Leibniz-Gemeinschaft mit Beiträgen aus Ökologie, Astronomie, Lichttechnik, Medizin sowie Raum- und Sozialwissenschaften aus dem Leibniz-Forschungsverbund “Verlust der Nacht”, Leibniz-Gemeinschaft e.V., 2009.

Madeleine Klein, Lichtverschmutzung – Eine neue Umweltproblematik, Ludwigsburg, 2004.

Meier, J. & Pottharst M., Gesellschaftliche Akteure der künstliche Beleuchtung. Schriftenreihe Verlust der Nacht, Band 2, Universitätsverlag der TU Berlin, 2012.

Naturschutzbund Deutschland, Wie hell muss die Nacht sein? Zwingen Industrienormen die Kommunen zur Energieverschwendung bei der Straßenbeleuchtung?, Quelle: http://www.nabu.de/stadtbeleuchtung/cd-rom/Inhalte/PDF/H1-4.pdf

Naturpark Westhavelland & Nationale Naturlandschaften, Naturpark Westhavelland, Ministeriums für Umwelt, Gesundheit und Verbraucherschutz, 2013.

Naturpark Westhavelland, Der Gülper See: Volgerparadies im Naturpark Westhavelland, Naturpark Westhavelland & Narchwatch Brandenburg, 2013.

Naturpark Westhavelland, Naturpark-Kalender, Ministeriums für Umwelt, Gesundheit und Verbraucherschutz, 2013.

Naturpark Westhavelland, Strenenpark Naturpark Westhavelland, Ministeriums für Umwelt, Gesundheit und Verbraucherschutz, 2013.

Ruckhofer, A., Lichtverschmutzung. Die dunkle Seite des Lichts, Universität Wien – Fachbereichsarbeit aus Physik, 2010.

Umweltanwaltschaft, PositionspapierLichtverschmutzung, Quelle: http://www.ooe-umweltanwaltschaft.at/xbcr/SID-2D4CCCC0-AFE90741/LV_nur-TEXT.pdf