“หากมีการให้นิรโทษกรรมแล้ว แล้วประชาชนจะเห็นว่ากฎหมายใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันหรือคิดว่ากฎหมายจะเลือกใช้ปฏิบัติต่อเฉพาะคน แล้วเหยื่อจะรู้สึกอย่างไรต่อการนิรโทษกรรม และจะทำให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นการปฏิเสธความยุติธรรมต่อผู้เสียหายหรือไม่ แล้วจะมีนัยยะอย่างไรต่อการปรองดองในระยะยาว สำหรับประเทศไทย” (more…)
“ในความเห็นของวอลเตอร์ เบจชอต แนวโน้มหนึ่งที่เป็นไปได้ของระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญอังกฤษคือกลายเป็นสาธารณรัฐจำแลงกล่าวคือ อำนาจบริหารแท้จริงตกอยู่กับนักการเมืองกระฎุมพี สถาบันกษัตริย์เป็นเพียงประมุขเชิงสัญลักษณ์ที่ช่วยตกแต่งประดับประดาอำนาจ รัฐแบบทุนนิยม-ประโยชน์นิยมของกระฎุมพีให้อลังการน่าเคารพยำเกรงขึ้นเท่านั้นเอง” (more…)
“ปัญหาความกังวลในเรื่องสถียรภาพ-ความมั่นคงที่ถูกทำให้ยึดโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ยังมีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนในเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องหลายประเด็น แต่ทั้งหมดถูกทำให้รวมศูนย์ไปอยู่ที่อดีตนายกรัฐมนตรี ในระบบคิดชุดนี้จะมองว่าหากไม่มีอดีตนายกรัฐมนตรีเสียคนเดียวแล้ว ความไม่แน่นอนเรื่องอื่นๆ ก็จะสามารถคลี่คลายไปได้ด้วยตัวเอง (more…)
“ที่กล่าวว่าน่าตระหนกนั้นก็ด้วยเหตุผลว่าการโหมไฟแห่งความเกลียดชังระหว่างผู้คนในครั้งอดีต รัฐมักจะเป็นผู้ที่สร้างให้บังเกิดขึ้นผ่านอำนาจการควบคุมสื่อสารมวลชน แต่ในห้วงเวลานี้กองเพลิงซึ่งกำลังขยายวงออกอย่างกว้างขวางมาจากเชื้อไฟในมือของบุคคลจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้อยู่ในภาครัฐ” (more…)
“ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฏร์รวมทั้งกระบวนการเกี่ยวเนื่องที่ตามมาล้วนถูกวางแผนมาอย่างดีใน “บริบททักษิณ” โดยมีเป้าหมายที่ซ่อนเร้นอย่างชัดแจ้ง เพราะฉะนั้น นี่มิใช่การถกเถียงทางวิชาการหรือทางปรัชญาเฉยๆ แต่เป็นการต่อสู้อย่างอำมหิตเพื่ออำนาจและการเปลี่ยนระบอบโดยเอาชีวิตของผู้คนเป็นเหยื่ออย่างไม่รู้สึกผิดแต่อย่างใดเลยต่างหาก” (more…)
“คนในหลายสังคมการเมืองได้รับรู้เรื่องราวของผู้หญิงที่ไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ หรืออำนาจที่เป็นทางการ แต่สามารถส่งอิทธิพลต่อความเป็นไปในระบบการเมืองและการกำหนดกติกาและนโยบายสาธารณะผ่านความสัมพันธ์กับผู้ชายในตำแหน่งที่มีอำนาจหน้าที่ ผู้หญิงเหล่านี้ถูกจดจำในทางบวกบ้างลบบ้าง บางคนถูกประณาม บางคนได้รับการยกย่องเชิดชู ” (more…)